ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันศุกร์ (22 พ.ค.) และยุติการปรับตัวลงต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ หลังข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ทำให้ความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ลดลง และช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,466.26 จุด เพิ่มขึ้น 22.79 จุด หรือ +0.22% และเพิ่มขึ้น 2.66% ในรอบสัปดาห์นี้
ข้อมูลทางการระบุว่า ยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักรลดลงมากที่สุดในรอบเกือบ 1 ปีในเดือนเม.ย. สะท้อนการใช้จ่ายผู้บริโภคที่เริ่มชะลอตัว ท่ามกลางผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและต้นทุนพลังงานที่ปรับสูงขึ้น
ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจอีกชุดระบุว่าเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ต่ำกว่าที่คาด ขณะที่อัตราการว่างงานขยับขึ้นเล็กน้อย
นักเศรษฐศาสตร์ของ Capital Economics ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันเอื้อต่อการเกิดเงินเฟ้อระยะยาวน้อยกว่าปี 2565 อย่างมาก
ด้านอลัน เทย์เลอร์ กรรมการกำหนดนโยบายของ BoE ระบุว่า เขามองความเสี่ยงของแรงกดดันเงินเฟ้อรอบสองจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าช่วงปี 2565 ที่รัสเซียบุกยูเครน
นักวิเคราะห์จาก BofA Securities ระบุว่า ข้อมูลที่ออกมาในลักษณะผ่อนคลาย (dovish) ควรลดความเร่งด่วนที่ BoE ต้องดำเนินนโยบายการเงินเพิ่มเติม โดยขณะนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) มองว่าภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้นอาจช่วยให้มีเวลาประเมินว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่
ทั้งนี้ โบรกเกอร์ดังกล่าวปรับคาดการณ์ใหม่ว่า BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ค. ช้ากว่าคาดการณ์เดิมที่มองว่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย.
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางการเมืองมีแนวโน้มเพิ่มแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นระยะสั้น และอาจทำให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้นจนกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ เผชิญแรงกดดันจากสมาชิกพรรคของตนเองให้ลาออก แต่ยังไม่สามารถคลายความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับค่าครองชีพได้
ในกลุ่มหุ้นรายอุตสาหกรรม หุ้นกลุ่มเคมีพุ่งขึ้น 3.45% ขณะที่หุ้นกลุ่มอวกาศและกลาโหมเพิ่มขึ้น 2.76%