ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) โดยดัชนี FTSE 100 ยุติการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 7 วัน หลังการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ความหวังเกี่ยวกับการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญความไม่แน่นอน
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,425.96 จุด ลดลง 79.05 จุด หรือ -0.75%
หุ้นกลุ่มพลังงานและกลาโหมเป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่ปรับตัวขึ้น หลังอิหร่านและสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศตอบโต้กัน ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางของการเจรจาที่มีเป้าหมายเปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเมื่อต้นเดือนเม.ย. ให้กลายเป็นข้อตกลงสันติภาพถาวรเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานาน 3 เดือน
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทฟื้นตัวขึ้นในเวลาต่อมา ขณะที่ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังสำนักข่าว Axios รายงานว่า สหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุกรอบข้อตกลงเพื่อขยายเวลาหยุดยิงได้แล้ว โดยยังรอการอนุมัติจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
ความหวังเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญด้านพลังงานของโลก รวมถึงการคาดการณ์ที่ลดลงเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอังกฤษ เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นอังกฤษในช่วงที่ผ่านมา
หุ้น BT Group ร่วงลง 3.5% และเป็นหนึ่งในหุ้นที่กดดันดัชนี FTSE 100 มากที่สุด หลังมีรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษจะคัดค้านความพยายามของ ซูนิล ภารตี มิตตัล มหาเศรษฐีชาวอินเดีย ในการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทโทรคมนาคมแห่งนี้
ด้านหุ้น PPHE Hotel Group พุ่งขึ้น 22% หลังบริษัทอสังหาริมทรัพย์ด้านธุรกิจโรงแรมเปิดเผยว่า ได้รับข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 920.9 ล้านปอนด์ (1.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) จาก Fattal Hotel Group ของอิสราเอล
ขณะที่หุ้น IQE ร่วงลง 6% หลังผู้ผลิตชิปรายดังกล่าวรายงานกำไรหลักที่ปรับปรุงแล้วตลอดทั้งปีลดลง
ส่วนหุ้น BP เคลื่อนไหวทรงตัว หลังอัลเบิร์ต แมนิโฟลด์ อดีตประธานบริษัทที่เพิ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งยอมรับว่า เขาอาจผลักดันการเปลี่ยนแปลงอย่างหนักเกินไป แต่ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบ