ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (29 พ.ค.) หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิง ซึ่งช่วยให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 65,896.57 จุด พุ่งขึ้น 1,203.45 จุด หรือ +1.86%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,281.43 จุด เพิ่มขึ้น 275.27 จุด หรือ +1.10% แต่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,083.62 จุด ลดลง 15.02 จุด หรือ -0.37%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 2.81% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 1.42%
สำนักข่าว Axios ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งครอบคลุมถึงการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดให้การขนส่งเชิงพาณิชย์ดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ และอิหร่านจะเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่อยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ เนื้อหาของ MOU ยังระบุว่า สหรัฐฯ จะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่ออิหร่าน โดยจะยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือบางส่วนของอิหร่าน และอนุญาตให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันในวงจำกัด ในขณะที่อิหร่านจะให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์, จะหารือเกี่ยวกับการจำกัดหรือระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และจะเจรจาเกี่ยวกับการกำจัดหรือเจือจางคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง
เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 ราย และแหล่งข่าวระดับภูมิภาคที่มีส่วนร่วมในการเจรจาไกล่เกลี่ย เปิดเผยว่า ข้อตกลงดังกล่าวกำลังรอการอนุมัติในขั้นสุดท้ายจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
ข่าวความคืบหน้าดังกล่าวได้ฉุดราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลง 0.5% สู่ระดับ 93 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงสายวันนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นเอเชียด้วยเช่นกัน