ชาวไอซ์แลนด์ลงมติปฏิเสธการรื้อฟื้นเจรจาเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) หลังเสียงส่วนใหญ่ต้องการอยู่นอกกลุ่มต่อไป เพื่อปกป้องอธิปไตยและน่านน้ำประมงของประเทศ ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ RUV ในวันนี้ (30 ส.ค.)
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไอซ์แลนด์ผลักดันแผนเข้าเป็นสมาชิกโดยย้ำว่าเป็นโอกาสแบบ ตอนนี้หรือไม่ก็ไม่มีอีกแล้ว (now or never) ด้านนายกรัฐมนตรี คริสตรุน ฟร็อสตาโตห์ตีร์ ระบุก่อนหน้านี้ว่า หากผลออกมาไม่เห็นชอบ รัฐบาลจะยุติประเด็นการเข้า EU ทั้งหมดทันที
ฝ่ายสนับสนุนระบุว่า การเป็นสมาชิก EU จะช่วยลดอัตราดอกเบี้ยและเพิ่มความมั่นคง ท่ามกลางภาวะสงครามในยูเครนและคำขู่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เรื่องการผนวกเกาะกรีนแลนด์ ขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่าการเป็นสมาชิก EU จะบั่นทอนอธิปไตยและเขตประมงซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจ
นายกฯ ฟร็อสตาโตห์ตีร์กล่าวหลังลงคะแนนเสียงในกรุงเรคยาวิกเมื่อวันเสาร์ (29 ส.ค.) ว่า การลงประชามติช่วยกระตุ้นให้สังคมถกเถียงถึงบทบาทของประเทศบนเวทีโลก ทั้งยังเน้นย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
อนึ่ง ไอซ์แลนด์เคยยื่นใบสมัครเข้า EU ครั้งแรกในปี 2552 หลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง ก่อนที่รัฐบาลฝ่ายกังขา EU จะสั่งระงับการเจรจาในปี 2556 ทว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสงครามในตะวันออกกลางและกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ได้กลายเป็นตัวเร่งให้ประเด็นที่ถกเถียงกันมาหลายทศวรรษถูกหยิบยกกลับขึ้นมาตัดสินอีกครั้ง
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต