สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เหตุดินโคลนถล่มรุนแรงแบบลูกโซ่ซัดถล่มด่านพรมแดนจี๋หลง บริเวณชายแดนจีน-เนปาล ในเขตปกครองตนเองซีจ้าง (ทิเบต) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีก 546 ราย
เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังกู้ภัยค้นหาผู้สูญหายอย่างเต็มกำลัง หลังภัยพิบัติครั้งนี้มีชนวนเหตุมาจากการพังทลายของธารน้ำแข็งบนภูเขาสูงในฝั่งประเทศเนปาล
สำนักงานสารนิเทศของรัฐบาลเขตปกครองตนเองซีจ้าง แถลงเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (30 ส.ค.) ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้รับการยืนยันที่ 16 ราย และมีผู้สูญหาย 546 ราย เมื่อนับถึงเวลา 18.00 น. ของวันเสาร์ที่ผ่านมา (29 ส.ค.)
จากการประสานงานและตรวจสอบข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานการต่างประเทศ ความมั่นคงสาธารณะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว รวมถึงการจัดการเหตุฉุกเฉิน ยืนยันว่าในกลุ่มผู้สูญหายมีชาวต่างชาติจาก 23 ประเทศ รวม 261 ราย
ด้านความร่วมมือระดับทวิภาคี หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้หารือทางโทรศัพท์กับ ศิศิร ขนาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเนปาล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยย้ำว่าจีนให้ความสำคัญสูงสุดต่อภัยพิบัติครั้งนี้ ซึ่งสร้างความสูญเสียอย่างหนักในฝั่งเนปาลเช่นกัน พร้อมระบุว่า จีนเร่งดำเนินภารกิจกู้ภัยในฝั่งตนเองควบคู่ไปกับการยื่นมือช่วยเหลือเนปาลในทันที
ด้านกระทรวงการจัดการเหตุฉุกเฉินของจีนได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านงานอุโมงค์ 5 คนไปยังเนปาลตามคำร้องขอ เพื่อช่วยเหลือกู้ภัยคนงานที่ติดอยู่ในอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
สำหรับภารกิจกู้ภัยในพื้นที่ กรมการจัดการเหตุฉุกเฉินประจำภูมิภาคระบุว่า มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยจีนปฏิบัติการแล้ว 2,141 นาย พร้อมระดมรถขุดเร่งซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมสายหลัก โดยสามารถเปิดผิวถนนไปได้แล้ว 2.6 กิโลเมตร และเหลือระยะทางอีกราว 1.7 กิโลเมตรจะถึงตัวด่านจี๋หลง เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน กองบังคับการตำรวจจราจรท้องถิ่นได้ออกประกาศห้ามยานพาหนะและประชาชนทั่วไปสัญจรเข้าสู่ตำบลจี๋หลง โดยอนุญาตเฉพาะยานพาหนะปฏิบัติการพิเศษด้านกู้ภัย บรรเทาทุกข์ และขนส่งสิ่งของจำเป็นที่มีใบอนุญาตถูกต้องเท่านั้น จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ของจีนยังระดมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าสนับสนุน โดยสำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีนได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติแบบเคลื่อนย้ายได้ 3 ชุด เพื่อสนับสนุนข้อมูลสภาพอากาศสำหรับภารกิจเปิดเส้นทาง ค้นหากู้ภัย บินโดรนสำรวจ และเฝ้าระวัง ทะเลสาบกั้นน้ำ (Barrier Lake) ถล่ม
ขณะที่ศูนย์ข้อมูลวิทยาภูมิภาคเยือกแข็งและทะเลทรายแห่งชาติ (National Cryosphere Desert Data Center) ได้จัดเตรียมชุดข้อมูลบริการ 53 ชุด รวมขนาดราว 85 กิกะไบต์ ให้หน่วยงานกู้ภัยและสถาบันวิจัยนำไปใช้งาน
ด้านศูนย์ข้อมูลสังเกตการณ์โลกแห่งชาติ (National Earth Observation Data Center) ได้รวบรวมข้อมูลภาพถ่ายสำรวจระยะไกลจากดาวเทียมพลเรือนและพาณิชย์ขนาดกว่า 20 กิกะไบต์ เพื่อประเมินความเสียหายของถนน การพังทลายของอาคาร และเฝ้าระวังการเกิดภัยพิบัติซ้ำซ้อนอย่างใกล้ชิด
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต