ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันจันทร์ (1 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนประเมินสัญญาณใหม่ของความเสียหายทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าความเคลื่อนไหวด้านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) บางรายการจะช่วยหนุนหุ้นบางตัวก็ตาม
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,338.95 จุด ลดลง 70.33 จุด หรือ -0.68%
หุ้น easyJet พุ่งขึ้น 10% หลัง Castlelake บริษัทลงทุนจากสหรัฐฯ เปิดเผยว่ากำลังพิจารณายื่นข้อเสนอเข้าซื้อกิจการสายการบินต้นทุนต่ำของอังกฤษรายนี้
ขณะที่หุ้น Bluefield Solar Income Fund พุ่งขึ้น 16% หลัง Drax ตกลงเข้าซื้อบริษัทลงทุนที่มุ่งเน้นพลังงานหมุนเวียนแห่งนี้ในข้อตกลงมูลค่าประมาณ 561 ล้านปอนด์ (755.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนหุ้น Drax ปรับตัวขึ้น 1.8%
หุ้นกลุ่มพลังงาน รวมถึง BP และ Shell ปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% ทั้งคู่ ตามทิศทางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น หลังสำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า คณะเจรจาของเตหะรานได้ระงับการติดต่อสื่อสารกับสหรัฐฯ และกลุ่มพันธมิตรที่เรียกว่า แนวร่วมต่อต้าน (Resistance Front) กำลังพิจารณามาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสมบูรณ์
ผลสำรวจระบุว่า ผู้ผลิตในอังกฤษปรับขึ้นราคาสินค้าในเดือนที่ผ่านมาในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2565 เพื่อตอบสนองต่อการเพิ่มขึ้นอย่างมากของต้นทุน หลังสงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นพัฒนาการที่อาจสร้างความกังวลให้กับธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)
BoE กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผ่านผลกระทบไปยังเศรษฐกิจในวงกว้างมากน้อยเพียงใด แต่ขณะนี้ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม
ด้านหุ้น ME Group International ร่วงลง 27% แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี หลังบริษัทผู้ให้บริการอุปกรณ์บริการอัตโนมัติปรับลดคาดการณ์กำไรก่อนหักภาษีสำหรับปีงบประมาณ 2569 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อรายได้ในเดือนเม.ย.
ส่วนหุ้น Wise ที่จดทะเบียนในตลาดลอนดอน ดิ่งลง 8% หลังสำนักข่าว Bureau of Investigative Journalism รายงานว่า บริษัทโอนเงินระหว่างประเทศแห่งนี้กำลังถูกอัยการในเบลเยียมสอบสวนเกี่ยวกับธุรกรรมต้องสงสัยมูลค่า 500 ล้านยูโร (582.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)