ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์ (26 มิ.ย.) โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงตามทิศทางของหุ้นกลุ่มเดียวกันทั่วโลก ขณะที่หุ้น Zalando ร่วงลง หลัง BaFin ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของเยอรมนี เปิดการสอบสวนงบการเงินของบริษัท
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 635.88 จุด ลดลง 4.33 จุด หรือ -0.68%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,384.87 จุด ลดลง 46.74 จุด หรือ -0.55%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,671.22 จุด ลดลง 323.61 จุด หรือ -1.29% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,508.02 จุด ลดลง 21.87 จุด หรือ -0.21%
หุ้น Zalando ร่วงลง 6.3% หลัง BaFin เปิดการสอบสวนงบการเงินปี 2568 ของผู้ค้าปลีกสินค้าแฟชั่นออนไลน์รายดังกล่าว โดยระบุว่ามีหลักฐานบ่งชี้ว่าบริษัทละเมิดข้อกำหนดด้านการบัญชี ส่งผลให้หุ้นกลุ่มค้าปลีกโดยรวมปรับตัวลง 1.6%
ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนยังคงกดดันกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก โดยนักลงทุนจับตาต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นจากอุปสงค์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงอย่างหนักในช่วงข้ามคืน ขณะที่ดัชนี Nasdaq ของสหรัฐฯ ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง แกว่งตัวสลับระหว่างแดนบวกและแดนลบ
นักวิเคราะห์จาก Questar Capital Partners กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI ในขณะนี้ยังสับสน โดยมุมมองของตลาดเปลี่ยนไปมาระหว่างความกังวลว่าการลงทุนด้าน AI จะให้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ กับความคาดหวังเชิงบวกต่อการใช้จ่ายด้าน AI
เขาระบุว่า มุมมองที่ขัดแย้งกันเหล่านี้สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงคัดเลือกผู้ชนะและผู้แพ้ในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลง 1.2% ขณะที่หุ้นผู้ผลิตชิป Infineon และ STMicroelectronics ต่างร่วงลง 4.5% ขณะที่หุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ BE Semiconductor และ ASML ลดลง 2.2% และ 1% ตามลำดับ
หุ้น Schneider Electric ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับ AI ลดลง 1.3% ส่วนหุ้นบริษัทโทรคมนาคม Ericsson และ Nokia ปรับตัวลง 1.7% และ 6.5% ตามลำดับ
แม้ STOXX 600 ปิดบวกเล็กน้อยในรอบสัปดาห์นี้ แต่เป็นผลจากความกังวลด้านอุปทานน้ำมันที่ผ่อนคลายลง หลังช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานบางส่วน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีต่ำกว่าตลาดอื่น
ขณะนี้ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของ STOXX ให้ผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของ S&P500 ทั้งในช่วงรายปี รายเดือน และรายไตรมาส ส่วนหนึ่งเป็นเพราะดัชนี S&P500 มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์มากกว่า
ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในเดือนพ.ค. พุ่งขึ้นเหนือระดับ 4% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในสิ้นปีนี้
ด้านหุ้นรายตัว หุ้น Volkswagen ปรับตัวขึ้น 3.9% หลังมีรายงานว่าบริษัทตั้งเป้าลดตำแหน่งงานมากถึง 100,000 ตำแหน่งในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า
ส่วนหุ้น Wise ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน พุ่งขึ้น 9.6% หลังบริษัทผู้ให้บริการโอนเงินรายนี้รายงานการเติบโตของจำนวนลูกค้าที่แข็งแกร่ง และประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ