ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเพียงเล็กน้อยในวันอังคาร (11 ส.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด และส่งผลให้ภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันโลกยังคงยืดเยื้อ
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 660.51 จุด เพิ่มขึ้น 0.06 จุด หรือ +0.01%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,714.94 จุด ลดลง 11.09 จุด หรือ -0.13%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,391.42 จุด เพิ่มขึ้น 67.54 จุด หรือ +0.26%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,844.19 จุด ลดลง 18.31 จุด หรือ -0.17%
ราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] และน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ปรับตัวขึ้นกว่า 1% ในวันอังคาร เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความขัดแย้งเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยมฮัมหมัด บาเกอร์ ซอลกอดร์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดต่อไป ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและยอมรับเงื่อนไขของอิหร่านในการยุติสงคราม
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้เสียชีวิตจากสงคราม การโจมตี และการประท้วงซึ่งเขาระบุว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน
ข้อมูลการเดินเรือระบุว่า เรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 6 ลำในวันจันทร์ (10 ส.ค.) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 10 วันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 11 ลำ โดยก่อนเกิดสงครามนั้น การจราจรทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 125 140 ลำต่อวัน
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น 1.7% อย่างไรก็ตาม ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันด้านอุปทานน้ำมันและความเสี่ยงที่ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดเป็นเวลานาน ได้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศโดยรวมในตลาด นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องยังทำให้ตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปรับตัวขึ้น 1.1% และเป็นปัจจัยหนุนตลาด โดยกลุ่มเทคโนโลยียังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในตลาดหุ้นยุโรปในปีนี้ โดยได้ปรับตัวขึ้นแล้วประมาณ 24% ตั้งแต่ต้นปี
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น ISS บริษัทผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอาคารและสถานที่สัญชาติเดนมาร์ก พุ่งขึ้น 4.4% หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกสูงกว่าการคาดการณ์
หุ้น Spirax Group ร่วงลง 5.6% และเป็นปัจจัยสกัดแรงบวกของดัชนี STOXX 600 หลังจากบริษัทวิศวกรรมแห่งนี้ประกาศคงตัวเลขคาดการณ์รายได้และกำไรรายปี
หุ้น Legal & General ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัย ร่วงลง 3.1% หลังจากนักวิเคราะห์ของ UBS ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนของหุ้นดังกล่าวลงสู่ระดับ Sell จากระดับ Neutral
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2569 ของยูโรโซนและอังกฤษ รวมทั้งข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลาง
ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) จะเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของอังกฤษในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. และสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) จะเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของยูโรโซนในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค.
ส่วนทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันนี้ (12 ส.ค.) และจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช