ดาวโจนส์ฟิวเจอร์แทบไม่เคลื่อนไหว บ่งชี้วอลล์สตรีทปรับตัวแคบคืนนี้ ไม่ตอบรับซัมมิต"ทรัมป์-คิม"

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday June 12, 2018 20:30 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าแทบไม่เคลื่อนไหวในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปรับตัวแคบในคืนนี้ ขณะที่นักลงทุนผิดหวังต่อแถลงการณ์ร่วมในการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในวันนี้

ณ เวลา 20.24 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าบวก 19 จุด หรือ 0.07% สู่ระดับ 25,367 จุด

นายแอนดรูว์ กิลโฮล์ม ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียเหนือของคอนโทรล ริสค์ กล่าวว่า แถลงการณ์ดังกล่าวมีเนื้อหาที่สั้น, คลุมเครือ และขาดรายละเอียด ขณะที่เกาหลีเหนือไม่ได้แสดงความมุ่งมั่นครั้งใหม่ในการปลดอาวุธนิวเคลียร์

ด้านนายพารัก คานนา นักวิเคราะห์จากสถาบันนโยบายสาธารณะลี กวน ยู กล่าวว่า เขาคิดว่าแถลงการณ์ในการประชุมสุดยอดวันนี้ไม่ได้ให้คำจำกัดความที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยปธน.ทรัมป์มองว่าการปลดอาวุธนิวเคลียร์ คือการที่เกาหลีเหนือจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป แต่สำหรับนายคิมมองว่าการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือจะต้องแลกกับการที่สหรัฐถอนทหารจนหมดจากเกาหลีใต้

ทั้งนี้ การประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้เสร็จสิ้นแล้วในวันนี้

ต่อไปนี้เป็นสาระสำคัญในแถลงการณ์ที่ปธน.ทรัมป์และนายคิมลงนามร่วมกัน:-

ผู้นำทั้งสอง:

-ตกลงที่จะสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีครั้งใหม่เพื่อให้มีสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในคาบสมุทรเกาหลี

-ตกลงที่จะร่วมมือกันสร้างกลไกสันติภาพที่ยั่งยืน และมีเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี

-ตกลงที่จะค้นหาเชลยศึก และผู้ที่สูญหายไปในการทำสงครามเกาหลี

-ตกลงที่จะจัดการเจรจาทวิภาคีนำโดยนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือในไม่ช้า

ส่วนปธน.ทรัมป์ได้ให้คำมั่นที่จะค้ำประกันความมั่นคงต่อเกาหลีเหนือ ขณะที่นายคิมยืนยันที่จะดำเนินการไปสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังเกาะติดการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 12-13 มิ.ย. โดยคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมดังกล่าว หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง โดยจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ รวมทั้งติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 14 มิ.ย. โดยคาดว่า ECB จะส่งสัญญาณปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จากระดับ 3 หมื่นล้านยูโร/เดือน ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดในเดือนก.ย. และตลาดยังรอผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 14-15 มิ.ย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ