ดาวโจนส์พุ่งเกือบ 200 จุด เก็ง"ทรัมป์-สี จิ้นผิง"สงบศึกการค้าในการเจรจาเสาร์นี้

ข่าวหุ้น-การเงิน 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 22:06 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นเกือบ 200 จุดในวันนี้ จากการคาดการณ์ในเชิงบวกต่อการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นอกรอบการประชุม G20 ที่อาร์เจนตินาในปลายสัปดาห์นี้ โดยนักลงทุนมีความหวังว่าการประชุมดังกล่าวจะช่วยยุติสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ณ เวลา 21.54 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 24,932.93 จุด เพิ่มขึ้น 184.20 จุด หรือ 0.74% หนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์สรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของการทำสงครามการค้าเป็นเวลานานกับจีนที่จะมีต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งความกังวลดังกล่าวอาจทำให้ปธน.ทรัมป์มีท่าทีประนีประนอมในการเจรจาการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นอกรอบการประชุม G20 ที่อาร์เจนตินาในปลายสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิง มีกำหนดหารือและรับประทานอาหารเย็นร่วมกันในวันเสาร์นี้ โดยปธน.ทรัมป์จะเน้นเจรจาในประเด็นการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา, กรรมสิทธิ์ของบริษัทสหรัฐในจีน และการตั้งกำแพงการค้าทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับภาษี

นอกจากนี้ นายแลร์รี่ คุดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า ปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง อาจบรรลุข้อตกลงทางการค้าในการหารือร่วมกันในวันเสาร์นี้

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้ โดยเขาจะกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานของเฟดในการตรวจสอบเสถียรภาพทางการเงิน

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3 ที่ระดับ 3.5% ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ต่ำกว่าระดับ 4.2% ในไตรมาส 2

การขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค และการลงทุนในภาคธุรกิจ แต่ก็ยังถูกกดดันจากการทำสงครามการค้ากับจีน

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะมีการขยายตัว 2.5% ในไตรมาส 4 และจะชะลอตัวลงมากขึ้นในปีหน้า โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และผลบวกจากมาตรการกระตุ้นทางการคลังได้เบาบาง

กระทรวงระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3 ของตัวเลข GDP เพิ่มขึ้น 3.6% ในไตรมาส 3 โดยลดลงจากระดับ 4.0 ในการประเมินในเดือนต.ค.

เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 2.2% ในไตรมาส 1 และเติบโต 4.2% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2557

ขณะเดียวกัน ผลกำไรของภาคเอกชนหลังหักภาษีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.3% ในไตรมาส 3 หลังจากอยู่ที่ระดับ 2.1% ในไตรมาส 2


เราใช้ cookies เพื่อให้บริการที่ดีขึ้น การใช้เว็บ ryt9.com ต่อหมายถึงคุณได้ยอมรับข้อตกลงการใช้บริการของเราแล้ว