ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดร่วง 237.78 จุด เหตุนลท.กังวล Brexit, สงครามการค้าสหรัฐ-ยุโรป

ข่าวหุ้น-การเงิน 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562 07:16 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (2 ต.ค.) โดยถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความขัดแย้งด้านการค้าครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป (EU) หลังจากที่องค์การการค้าโลก (WTO) มีมติเห็นชอบให้รัฐบาลสหรัฐเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากยุโรป ขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนก็ยังไม่ได้ข้อสรุป นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนที่อังกฤษจะต้องถอนตัวออกจาก EU (Brexit) ภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,122.54 จุด ร่วงลง 237.78 จุด หรือ -3.23%

ตลาดร่วงลงโดยถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐและ EU หลังจากคณะอนุญาโตตุลาการของ WTO มีมติเห็นชอบให้รัฐบาลสหรัฐเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากยุโรป โดยระบุว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปน ให้การอุดหนุนอย่างผิดกฎหมายกับบริษัทแอร์บัส

ด้านสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ออกแถลงการณ์ในวันพุธตามเวลาสหรัฐว่า รัฐบาลสหรัฐวางแผนที่จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) หลายรายการ หลังจาก WTO ลงมติเห็นชอบข้อเรียกร้องของสหรัฐในการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากยุโรป วงเงิน 7.5 พันล้านดอลลาร์ โดยนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า สหรัฐจะเริ่มดำเนินการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก EU ตามมติเห็นชอบของ WTO ในวันที่ 18 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ดี สหรัฐก็ยังคาดหวังที่จะเจรจากับ EU เพื่อคลี่คลายประเด็นนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลกับความไม่แน่นอนของ Brexit หลังสื่อรายงานว่า ข้อเสนอเกี่ยวกับ Brexit ของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีแนวโน้มที่จะไม่ได้รับการยอมรับจากผู้นำ EU

หนังสือพิมพ์เดลี่ เทเลกราฟรายงานโดยอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ EU รายหนึ่งว่า ข้อเสนอดังกล่าวมีความบกพร่องตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ถ้านี่เป็นข้อเสนอที่ให้เลือกระหว่างยอมรับหรือปฏิเสธ EU คิดว่าไม่ต้องพิจารณาข้อเสนอนี้ดีกว่า และให้เริ่มหารือกันเกี่ยวกับการขยายเส้นตาย Brexit

ด้านนายจอห์นสันยืนยันว่า หาก EU ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว อังกฤษก็จะไม่เจรจาเพิ่มเติม และจะออกจาก EU ตามกำหนดเดิมในวันที่ 31 ต.ค.โดยไม่มีข้อตกลง

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มน้ำมันร่วงลงตามราคาน้ำมันดิบ โดยหุ้นเชลล์และหุ้นบีพี ร่วง 3.29% และ 2.94% ตามลำดับ

ส่วนหุ้นเอชเอสบีซี ร่วง 2.7% โดยได้รับผลกระทบจากการประท้วงในฮ่องกง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ