หุ้นอินเทล (Intel) ปิดตลาดวันศุกร์ (9 ม.ค.) พุ่งขึ้น 10.80% หลังจากลิป-บู ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินเทล เข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าแล้วนับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าถือหุ้นในบริษัทเมื่อเดือนส.ค. ปีที่ผ่านมา
โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่านโพสต์บนทรูธ โซเชียล เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) ภายหลังการพบปะหารือกับลิป-บู ตันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภูมิใจที่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของอินเทล พร้อมกล่าวชื่นชมลิป-บู ตัน ว่าเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
ทรัมป์ยังยกย่องการเปิดตัวชิปล่าสุดของอินเทล ซึ่งได้รับการออกแบบ ผลิต และบรรจุภัณฑ์ภายในสหรัฐฯ ทั้งหมด ซึ่งสะท้อนความสามารถด้านการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงในประเทศ
ด้านลิป-บู ตัน ตอบกลับผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนและกำลังใจอย่างเต็มที่จากทรัมป์ รวมถึงโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ
ซีอีโออินเทลยังเปิดเผยว่า หน่วยประมวลผล Core Ultra Series 3 รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักรุ่นแรกที่ผลิตบนเทคโนโลยี Intel 18A ได้เริ่มจัดส่งออกสู่ตลาดแล้ว
ทั้งนี้ เมื่อเดือน ส.ค. 2568 ทำเนียบขาวได้เจรจาลงทุนในอินเทลมูลค่า 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเข้าซื้อหุ้นจำนวน 433.3 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 20.47 ดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจุบัน มูลค่าการถือหุ้นของรัฐบาลสหรัฐฯ ในอินเทลเพิ่มขึ้นเป็นราว 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ราคาหุ้นอินเทลปรับตัวขึ้นเกือบ 20% นับตั้งแต่ต้นปี
ความสัมพันธ์ที่ราบรื่นระหว่างทรัมป์และลิป-บู ตันในขณะนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนจากความตึงเครียดในช่วงก่อนที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าลงทุนในบริษัท