นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ได้ปรับลดความแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นอินโดนีเซีย สู่ระดับ "ลดน้ำหนักการลงทุน" (Underweight) หลังจาก MSCI ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำดัชนีชั้นนำระดับโลก ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความน่าลงทุนของตลาด โดยเตือนถึงการขาดความโปร่งใสของโครงสร้างการถือหุ้น และข้อมูล Free Float ในตลาด พร้อมทั้งระบุถึงความเป็นไปได้ที่ตลาดอาจถูกปรับลดสถานะลงสู่ "ตลาดหุ้นชายขอบ" (Frontier Market)
โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า หากตลาดหุ้นอินโดนีเซียถูก MSCI ลดสถานะลงสู่ "ตลาดหุ้นชายขอบ" ก็อาจส่งผลให้เม็ดเงินทุนไหลออกจากตลาดเป็นมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า ในกรณีเลวร้ายที่สุดนั้น หากอินโดนีเซียถูกจัดประเภทใหม่จากปัจจุบันที่มีสถานะเป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ก็อาจทำให้กองทุนประเภท Passive ที่อ้างอิงดัชนี MSCI เทขายหุ้นออกมาสูงถึง 7.8 พันล้านดอลลาร์ และอาจมีเงินไหลออกเพิ่มอีก 5.6 พันล้านดอลลาร์ หาก FTSE Russell ทำการประเมินวิธีการคำนวณ Free Float และสถานะของตลาดหุ้นอินโดนีเซียอีกครั้ง
ตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงลง 7.4% เมื่อวานนี้ (28 ม.ค.) หลังจาก MSCI ประกาศว่าจะระงับการเพิ่มจำนวนหลักทรัพย์ใหม่ของอินโดนีเซียในดัชนี MSCI Emerging Markets และระงับการเพิ่มจำนวนหลักทรัพย์หมุนเวียนที่นักลงทุนสามารถซื้อขายได้ โดยระบุถึงปัญหาด้านความน่าลงทุน และความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับกรณีการฮั้วกันเพื่อปั่นราคาหุ้น
ทั้งนี้ หากอินโดนีเซียไม่สามารถดำเนินการให้มีความคืบหน้าด้านความโปร่งใสได้อย่างเพียงพอภายในเดือนพ.ค. MSCI จะทำการประเมินความสามารถในการเข้าถึงตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียอีกครั้ง ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลให้มีการปรับลดน้ำหนักของหลักทรัพย์อินโดนีเซียทั้งหมดในดัชนี MSCI Emerging Markets และอาจถึงขั้นถูกปรับลดสถานะเป็นตลาดหุ้นชายขอบ