หุ้นของบริษัท วอลมาร์ท อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐและของโลก พุ่งขึ้นในวันนี้ ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัททะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ทำสถิติเป็นบริษัทค้าปลีกแห่งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีมูลค่าตลาดพุ่งแตะระดับดังกล่าว โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของธุรกิจดิจิทัล และการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าที่มีรายได้สูง
ทั้งนี้ ราคาหุ้นวอลมาร์ทพุ่งขึ้นมากกว่า 24% ในปีที่แล้ว และกว่า 11% ในปีนี้ โดยให้ผลตอบแทนมากกว่าดัชนี S&P 500 ที่ปรับตัวขึ้นเพียง 16% ในปีที่แล้ว และ 2% ในปีนี้
ขณะนี้ วอลมาร์ทได้เข้าร่วมกลุ่มบริษัทสหรัฐที่มีมูลค่าตลาดตั้งแต่ 1 ล้านล้านดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งรวมถึง Nvidia (4.5 ล้านล้านดอลลาร์), Alphabet (4.1 ล้านล้านดอลลาร์), Apple (3.9 ล้านล้านดอลลาร์), Microsoft (3.1 ล้านล้านดอลลาร์), Amazon (2.6 ล้านล้านดอลลาร์), Meta (1.8 ล้านล้านดอลลาร์), Broadcom (1.6 ล้านล้านดอลลาร์), Tesla (1.6 ล้านล้านดอลลาร์) และ Berkshire Hathaway (1 ล้านล้านดอลลาร์)
วอลมาร์ทได้ทุ่มงบลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อช่วยให้ร้านค้ามีสินค้าสดใหม่มากขึ้น และปรับปรุงความเร็วในการจัดส่งสินค้า ขณะที่ผู้บริโภคหันมาสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น
'พวกเขาเปลี่ยนจากการเป็นร้านค้าท้องถิ่นที่ขายของราคาถูก มาเป็นบริษัทที่ขานรับเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว นี่คือการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัลครั้งใหญ่ที่วอลมาร์ทดำเนินการมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา' นายเอริก คลาร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Accuvest Global Advisors กล่าว
ส่วนนายไบรอัน มัลเบอร์รี ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนอาวุโสของ Zacks Investment Management ระบุว่า วอลมาร์ทกำลังก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ด้าน AI รายใหม่ จากความสามารถในการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การลดต้นทุนราคาสินค้าไปจนถึงการชิงส่วนแบ่งการใช้จ่ายของผู้บริโภค