หุ้นของมิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ (Mitsubishi Heavy Industries - MHI) ซึ่งเป็นบริษัทยุทโธปกรณ์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น พุ่งขึ้นเกือบ 4% ในวันนี้ (20 เม.ย.) หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นได้บรรลุข้อตกลงโครงการต่อเรือรบอเนกประสงค์จำนวน 3 ลำกับออสเตรเลีย ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นการส่งออกเรือรบครั้งแรกของญี่ปุ่น โดยเรือลำแรกมีกำหนดส่งมอบให้แก่กองทัพเรือออสเตรเลียในปี 2572
ข้อตกลงมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (7.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งมีการประกาศครั้งแรกในเดือนส.ค. 2568 เกิดขึ้นในขณะที่มีรายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมผ่อนปรนข้อจำกัดในการขนส่งอาวุธในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อเปิดทางให้กับการส่งออกอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูงอย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลออสเตรเลียได้จัดสรรงบประมาณสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลียสำหรับกองเรือรบอเนกประสงค์จำนวน 11 ลำ โดย 3 ลำแรกจะดำเนินการผลิตโดย MHI เรือรบใหม่เหล่านี้ ซึ่งใช้พื้นฐานมาจากเรือรบชั้นโมกามิ (Mogami) รุ่นอัปเกรด จะเข้ามาแทนที่เรือชั้น ANZAC เดิมของกองทัพเรือออสเตรเลียที่ใช้งานมาตั้งแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980
ทั้งนี้ บริษัท MHI ของญี่ปุ่นสามารถเอาชนะคู่แข่งอย่าง ธิสเซ่นครุปป์ มารีน ซิสเต็มส์ (ThyssenKrupp Marine Systems) จากเยอรมนีจนคว้าดีลนี้มาได้สำเร็จ โดยสำนักข่าว ABC ของออสเตรเลียรายงานว่า การที่ญี่ปุ่นระบุว่าออสเตรเลียอาจจะได้รับเรือรบรุ่นอัปเกรดลำแรกก่อนกองทัพเรือของญี่ปุ่นเองนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ MHI เป็นผู้ชนะในการแข่งขันชิงสัญญามูลค่าหลักหมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในครั้งนี้
ด้านสำนักข่าว Nikkei รายงานว่า บริษัทอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในข้อตกลงนี้ ได้แก่เอ็นอีซี คอร์ปอเรชัน (NEC Corporation), มิตซูบิชิ อิเล็กทริก (Mitsubishi Electric) และฮิตาชิ (Hitachi) ซึ่งจะทำหน้าที่จัดหาระบบเรดาร์ เสาอากาศ และระบบอื่น ๆ สำหรับเรือ
ทั้งนี้ ราคาหุ้นของ Mitsubishi Electric พุ่งขึ้น 4.98% ขณะที่หุ้น Hitachi ขยับขึ้น 0.8% ส่วนหุ้นของ NEC ปรับตัวลง 0.6%