เอกสารข้อมูลทางการเงินฉบับล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เผยให้เห็นว่า ปธน.ทรัมป์ซื้อขายหุ้นของหลายบริษัทในไตรมาส 1/2569 โดยนอกจากหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง อินวิเดีย (Nvidia Corp.), อะเมซอนดอทคอม (Amazon.com Inc.) และแอปเปิ้ล (Apple Inc.) แล้ว เขายังได้เข้าซื้อหุ้นบริษัท คุระ ซูชิ ยูเอสเอ (Kura Sushi USA) ซึ่งเป็นธุรกิจร้านซูชิสายพานที่บริหารโดยบริษัทคุระ ซูชิ ของญี่ปุ่น
เอกสารดังกล่าวระบุว่า ปธน.ทรัมป์ซื้อหุ้นคุระ ซูชิ ยูเอสเอ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยมีขนาดการทำธุรกรรมอยู่ในช่วง 1-5 ล้านดอลลาร์
ข่าวการลงทุนของปธน.ทรัมป์ได้สร้างความประหลาดใจในประเทศญี่ปุ่น โดยผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม X ต่างพากันคาดการณ์ว่าปธน.ทรัมป์เคยรับประทานปลาดิบและข้าวญี่ปุ่นจริงหรือไม่ ขณะนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ อีสมาร์ต (Mitsubishi UFJ eSmart Securities Co.) กล่าวว่า ธุรกิจคุระ ซูชิ ในสหรัฐฯ มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งมาก และเสริมว่า การเข้าถือหุ้นของปธน.ทรัมป์อาจช่วยกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อหุ้นคุระ ซูชิ ในกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่ตลาดโตเกียว
ล่าสุดในวันนี้ หุ้นคุระ ซูชิ ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นโตเกียว พุ่งขึ้น 5.4% โดยเป็นการปรับตัวขึ้นระหว่างวันที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2568
เอกสารประจำปีที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่นระบุว่า คุระ ซูชิ ได้สิทธิ์ในการออกเสียงในบริษัท คุระ ซูชิ ยูเอสเอ ราว 67% ณ สิ้นเดือนต.ค. 2568
สำหรับการทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นนั้น ปธน.ทรัมป์ไม่ได้ซื้อขายหุ้นผ่านทางบลายด์ ทรัสต์ (Blind Trust) ที่มีผู้จัดการอิสระเป็นผู้ดูแลแทนเหมือนกับอดีตประธานาธิบดีคนก่อน ๆ โดยเอกสารดังกล่าวเผยให้เห็นว่า ปธน.ทรัมป์หรือที่ปรึกษาทางการเงินของเขาซื้อขายหลักทรัพย์มากกว่า 3,700 ครั้งในไตรมาสแรก ซึ่งจุดชนวนให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนในรัฐบาลของเขาขึ้นมาอีกครั้ง
ด้านโฆษกของบริษัท ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน (Trump Organization) ได้แถลงชี้แจงว่า สินทรัพย์ทั้งหมดของปธน.ทรัมป์ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นอิสระโดยสถาบันการเงินภายนอก ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อการตัดสินใจลงทุนทั้งหมด โดยที่ทั้งปธน.ทรัมป์เอง ครอบครัวของเขา หรือบริษัท ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจซื้อขายหุ้นแต่อย่างใด