บริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ แถลงเมื่อวันอังคาร (23 มิ.ย.) ว่า ทางบริษัทได้ดำเนินการเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 5 ชุด เพื่อระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัทซึ่งเพิ่งจะก้าวเข้าเป็นบริษัทมหาชนหมาด ๆ แห่งนี้กำลังแสวงหาเม็ดเงินทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ต้องใช้เงินลงทุนอย่างมหาศาล
ความทะเยอทะยานในก้าวย่างด้าน AI ของสเปซเอ็กซ์นั้นมาพร้อมกับราคาค่างวดที่สูงลิ่ว ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนนับหมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งในส่วนของการสร้างศูนย์ข้อมูล อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับการประมวลผล ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
สำหรับหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันดังกล่าวจะถูกเสนอขายในรุ่นอายุ 5 ปี, 7 ปี, 10 ปี, 20 ปี และ 30 ปี โดยเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนในคราวนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น (Bridge Loan) ตลอดจนเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปขององค์กร
อนึ่ง การเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้นับเป็นการออกหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์ในระดับน่าลงทุน (Investment-grade) เป็นครั้งแรกของสเปซเอ็กซ์ ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า การเสนอขายนี้สามารถดึงดูดคำสั่งซื้อจากนักลงทุนได้สูงถึงเกือบ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีกลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำ อันได้แก่ แบงก์ออฟอเมริกา (Bank of America), ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup), เจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase), โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) และมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) เป็นผู้รับหน้าที่บริหารจัดการการเสนอขาย
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สถาบันเครดิตเรตติ้งหลายแห่งได้ให้อันดับเครดิตของสเปซเอ็กซ์อยู่ในระดับที่น่าลงทุน อันเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเงินของสเปซเอ็กซ์ ในขณะที่บริษัทกำลังก้าวเดินหน้าลุยแผนงานด้าน AI ที่จำต้องทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาล
ในส่วนของความเคลื่อนไหวทางฝั่งตลาดทุนนั้น ราคาหุ้นสเปซเอ็กซ์ได้ปรับตัวกลับมาเป็นบวกได้เมื่อวันอังคาร ภายหลังจากการถูกเทขายเมื่อเร็ว ๆ นี้ อันสืบเนื่องมาจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในวงกว้าง หลังจากที่สเปซเอ็กซ์ได้เปิดตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์อย่างยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ไปเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา