กูรูชี้นักลงทุนแห่ซบตลาดหุ้นไทย-อาเซียน ขณะตลาดทั่วโลกผันผวนหนัก

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday September 6, 2022 08:57 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สถาบันการเงินชั้นนำมองว่า ในขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกนั้น นักลงทุนต่างชาติก็เริ่มหันมาให้ความสนใจตลาดหุ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทย เนื่องจากเศรษฐกิจในภูมิภาคแห่งนี้มีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง

สถาบันการเงินหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงบีเอ็นพี พาริบาส์, เครดิตสวิส และแมน กรุ๊ปมองว่า ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียมีความยืดหยุ่นมากกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคอื่น ๆ หลังจากการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุกของประธานเฟดในการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล ได้ทำให้เกิดแรงเทขายในตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยดัชนี MSCI Asean Index ปรับตัวได้ดีกว่าดัชนี MSCI Asia Pacific Index และมีแนวโน้มที่จะทำผลงานโดดเด่นกว่าดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3

เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มสดใส เนื่องจากการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง และอุปสงค์ที่ฟื้นตัวขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยป้องกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้รอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ นอกจากนี้ ด้วยปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทเอกชนในภูมิภาคก็มีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับตลาดส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการบริโภคและต้นทุนที่สูงขึ้น

โจชัว แครบบ์ หัวหน้าฝ่ายตลาดเอเชียแปซิฟิกของบริษัทโรเบโค ฮ่องกงกล่าวว่า "อุปสงค์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ฟื้นตัวขึ้น ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศก็ยังคงปรับตัวสูงขึ้น และโครงสร้างระยะยาวของภูมิภาคแห่งนี้ยังคงแข็งแกร่งเช่นกัน เรามองว่าตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความยืดหยุ่นอย่างมากในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นทั่วโลกถูกเทขายอย่างหนัก ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นเอเชีย"

นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดการณ์ว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะขยายตัวอย่างน้อย 5% ในปีนี้ โดยคาดว่ามาเลเซียจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนมากกว่าเป้าหมายรายปีถึง 2 เท่า และคาดว่าประเทศไทยจะกวาดรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

แนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของไทยและมาเลเซียนั้น สวนทางกับจีนซึ่งกำลังถูกกระทบอย่างหนักจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 โดยล่าสุดจีนสั่งล็อกดาวน์เมืองเฉิงตู ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับเศรษฐกิจจีนที่ต้องพึ่งพาการส่งออก

"เรายังคงจับตาตลาดอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดเหล่านี้ไม่เพียงแต่เติบโตในแง่ของเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งในแง่ของผลประกอบการ" มานิชิ เรย์ชาวดูรี หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกจากบีเอ็นพี พาริบาส์ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก ทีวี

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับทีมนักวิเคราะห์ของเครดิตสวิสซึ่งกล่าวว่า พวกเขายังคงให้น้ำหนักการลงทุนอย่างมากในตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นไทย ขณะที่ให้น้ำหนักการลงทุนน้อยที่สุดกับตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวัน

ผู้สังเกตการณ์ในตลาดจำนวนมากกล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้แตกต่างจากเมื่อครั้งที่กองทุนต่างชาติแห่ถอนการลงทุนออกจากเอเชียในปี 2556 เนื่องจากขณะนี้ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของเอเชียมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยข้อมูลของบลูมเบิร์กระบุว่า ในไตรมาส 3 ปีนี้ เม็ดเงินจากกองทุนทั่วโลกที่แห่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียยกเว้นสิงคโปร์นั้น สูงถึง 2.4 พันล้านดอลลาร์ โดยเม็ดเงินที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีจำนวนมากที่สุด

นักวิเคราะห์มองว่า ในขณะที่ธนาคารกลางส่วนใหญ่ทั่วโลกถูกบีบให้ต้องใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดเป็นเวลานานหลายปีนั้น แต่ปัญหาดังกล่าวมีความรุนแรงน้อยกว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตลาดหุ้นอินโดนีเซียซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในโลกในปีนี้ เพิ่งจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ตัวเลขประมาณผลประกอบการในอนาคตของดัชนี MSCI Southeast Asia ได้เพิ่มขึ้นเกือบ 4% นับตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส 3 ปีนี้ เมื่อเทียบกับของดัชนีหุ้นโลกที่ปรับตัวลง 1.5%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ