ดอลลาร์แข็งค่า จับตา 8 แบงก์ชาติประชุมสัปดาห์หน้า

ข่าวต่างประเทศ Saturday March 14, 2026 00:14 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวันนี้ และมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลที่ว่า การทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างมาก และเป็นปัจจัยกดดันยูโร ซึ่งเป็นสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงาน

ณ เวลา 23.09 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.56% สู่ระดับ 100.29 ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า 0.55% สู่ระดับ 1.145 เทียบยูโร และดีดตัว 0.13% สู่ระดับ 159.53 เยน

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางขนาดใหญ่ของโลกจำนวน 8 แห่งในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางแคนาดา ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ ธนาคารกลางออสเตรเลีย และธนาคารกลางจีน

ทั้งนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลียจะประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินในวันอังคารที่ 17 มี.ค. ส่วนธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารกลางแคนาดาจะประกาศในวันพุธที่ 18 มี.ค. ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษ ธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์จะประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค. ส่วนธนาคารกลางจีนจะประกาศในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทุกแห่งจะประกาศคงอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ยกเว้นธนาคารกลางออสเตรเลียที่คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2568 ในวันนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวเพียง 0.7% ในไตรมาสดังกล่าว ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 1.4% และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.5%

นอกจากนี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 4/2568 ต่ำกว่าการขยายตัว 4.4% ในไตรมาส 3 โดยได้รับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ส่งผลให้การใช้จ่ายในภาครัฐและการลงทุนดิ่งลง 16.7% ส่วนการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเพียง 2% ลดลงจากระดับ 3.5% ในไตรมาส 3

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 2.1% ในปี 2568 หลังจากมีการเติบโต 2.8% ในปี 2567

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.9% จากระดับ 2.9% ในเดือนธ.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.4% ในเดือนธ.ค.

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.0% ในเดือนธ.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.4% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.4% ในเดือนธ.ค.

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ