ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวันนี้ แต่มีแนวโน้มปรับตัวลงในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่าง ๆ หลังเกิดสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ณ เวลา 21.22 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.52% สู่ระดับ 99.746 ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า 0.49% สู่ระดับ 1.153 เทียบยูโร และดีดตัว 0.90% สู่ระดับ 159.12 เยน
ดัชนีดอลลาร์มีแนวโน้มร่วงลง 1.1% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดเมื่อเทียบรายสัปดาห์นับตั้งแต่เดือนม.ค.
ทั้งนี้ ก่อนที่สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ แต่ขณะนี้ นักลงทุนมองว่าการลดดอกเบี้ยแม้เพียงครั้งเดียวก็อาจจะไม่เกิดขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางแห่งอื่น ๆ มีท่าทีเข้มงวดมากกว่าเฟด
เฟดประกาศคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ และส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินขอบเขตและระยะเวลาของผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากสงคราม
ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยวานนี้ แต่ได้เตือนถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงาน ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายของ ECB มีแนวโน้มที่จะเริ่มหารือกันเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนเม.ย. ซึ่งแตกต่างจากแนวทางของเฟดที่ยังคงรอดูสถานการณ์ต่อไป
นักลงทุนให้น้ำหนัก 100% ต่อคาดการณ์ที่ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนมิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์จากธนาคารขนาดใหญ่บางแห่งคาดการณ์ว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนเม.ย.
ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยวานนี้ และส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนเม.ย.