ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านอย่างหนัก
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.38% แตะที่ 100.024
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 159.34 เยน จากระดับ 158.82 เยนในวันพุธ (1 เม.ย.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7984 ฟรังก์ จากระดับ 0.7931 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3921 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3895 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1544 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1607 ดอลลาร์ในวันพุธ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3227 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3324 ดอลลาร์
ปธน.ทรัมป์แถลงต่อชาวอเมริกันเพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทำสงครามอิหร่าน ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย โดยกล่าวว่า เขาคาดการณ์ว่าสงครามจะดำเนินต่อไปอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ แต่ก็ถือว่าสงครามใกล้จะสิ้นสุดแล้ว
อย่างไรก็ดี ก่อนจบการแถลง ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน "อย่างหนักหน่วง" ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งดับความหวังของบรรดาผู้ที่ต้องการให้ความขัดแย้งลดระดับลงในเร็ววัน
"เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักหน่วงในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เราจะทำให้พวกเขากลับไปสู่ยุคหิน ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาควรอยู่" ทรัมป์กล่าว พร้อมกับเสริมว่า หากไม่มีการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน "เราจะโจมตีโรงไฟฟ้าทุกแห่งของพวกเขาอย่างรุนแรง และอาจจะโจมตีพร้อมกันทั้งหมด"
คำแถลงของปธน.ทรัมป์ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าสงครามตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ และพากันถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 56,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. นอกจากนี้ คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4% ในเดือนมี.ค.