ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (21 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.3% แตะที่ระดับ 98.393
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 159.59 เยน จากระดับ 158.87 เยนในวันจันทร์ (20 เม.ย.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7821 ฟรังก์ จากระดับ 0.7786 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3673 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3643 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1726 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1782 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3482 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3536 ดอลลาร์
แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ก่อนถึงกำหนดเส้นตายหยุดยิงในช่วงเย็นวันพุธที่ 22 เม.ย.ตามเวลาสหรัฐ แต่สถานการณ์ยังคงไม่แน่นอน เนื่องจากอิหร่านยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพในครั้งนี้หรือไม่ ขณะที่อัตตาอุลลาห์ ทาราร์ รัฐมนตรีสารสนเทศและการกระจายเสียงของปากีสถาน กล่าวว่า ปากีสถานยังคงรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากอิหร่านเกี่ยวกับคณะผู้แทนที่จะเดินทางเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพที่กรุงอิสลามาบัด
นอกจากนี้ มีรายงานว่า เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ยกเลิกการเดินทางไปปากีสถานเพื่อร่วมเจรจาสันติภาพ
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 1.7% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.5% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก.พ. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 3.97% ในเดือนมี.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 3.96% ในเดือนก.พ.
นักลงทุนจับตาการรับรองตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ของเควิน วอร์ช โดยคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นกระบวนการรับฟังวิสัยทัศน์ของวอร์ชในวันอังคาร ซึ่งเขาได้ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการว่าไม่เคยให้คำมั่นสัญญาใด ๆ กับปธน.ทรัมป์เกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ย พร้อมกับกล่าวว่าเขาจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระจากทำเนียบขาว
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการขึ้นสู่ตำแหน่งประธานเฟดของวอร์ชอาจไม่ราบรื่น เนื่องจากวุฒิสมาชิก ทอม ทิลลิส จากพรรครีพับลิกัน ซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ กล่าวว่า เขาจะไม่ลงคะแนนให้วอร์ชจนกว่ากระทรวงยุติธรรมจะยุติการสอบสวนเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน เกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด ซึ่งทิลลิสมองว่าเป็นการคุกคามความเป็นอิสระของเฟด
ทั้งนี้ จุดยืนของทิลลิสอาจขวางไม่ให้การเสนอชื่อวอร์ชผ่านไปสู่การพิจารณาของวุฒิสภาเต็มคณะได้ ซึ่งภาวะชะงักงันนี้อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทรัมป์ลั่นวาจาว่าจะปลดพาวเวลออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟด หากพาวเวลไม่ยอมสละเก้าอี้ดังกล่าวพร้อมกับวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พ.ค. นี้ นับเป็นการยกระดับความขัดแย้ง และส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนผ่านอำนาจภายในเฟดที่ปกติมักดำเนินไปอย่างราบรื่น