ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งค่า ข้อมูลศก.แกร่งหนุนคาดเฟดตรึงดอกเบี้ยสูง

ข่าวต่างประเทศ Friday May 15, 2026 07:10 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และทำให้ตลาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.29% แตะที่ 98.813

ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 158.19 เยน จากระดับ 157.9 เยนในวันพธ (12 พ.ค.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7834 ฟรังก์ จากระดับ 0.7823 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3724 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3716 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1677 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1707 ดอลลาร์ในวันพุธ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3405 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3516 ดอลลาร์

ดอลลาร์แข็งค่าขานรับข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง และอาจลดโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมี.ค. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.87% ในเดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 4.15% ในเดือนมี.ค.

ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 12,000 ราย สู่ระดับ 211,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 207,000 ราย

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคานำเข้าพุ่งขึ้น 1.9% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนมี.ค. และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคานำเข้าพุ่งขึ้น 4.2% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2565 หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนมี.ค.

นักลงทุนยังคงติดตามการประชุมวันที่สองระหว่างปธน.ทรัมป์และปธน.สีที่กรุงปักกิ่ง โดยผู้นำทั้งสองมีการหารือในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงประเด็นการค้า ล่าสุดปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับสำนักข่าว Fox News ว่า จีนตกลงซื้อเครื่องบิน 200 ลำจากบริษัท Boeing โดยปธน.ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่าจีนจะซื้อเครื่องบินรุ่นใดจาก Boeing แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอาจรวมถึงรุ่น 737 MAX ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นที่ขายดีที่สุดของบริษัท

ขณะที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ปธน.ทรัมป์และปธน.สีเห็นพ้องกันว่า จะต้องมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อสนับสนุนการไหลเวียนของพลังงานอย่างเสรี

ทั้งนี้ จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยราว 10% ของการนำเข้าน้ำมันของจีนมาจากอิหร่าน และมากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากตะวันออกกลาง

อิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยการปิดล้อมดังกล่าวทำให้การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียสู่ตลาดโลกหยุดชะงักลง ซึ่งในช่วงก่อนเกิดสงครามนั้น มีการขนส่งน้ำมันดิบโลกประมาณ 20% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ