ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (10 มิ.ย.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลให้นักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.04% แตะที่ 99.947
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 160.50 เยน จากระดับ 160.36 เยนในวันอังคาร (9 มิ.ย.) และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7994 ฟรังก์ จากระดับ 0.7979 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3937 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3952 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1548 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1550 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3380 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3388 ดอลลาร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวในวันพุธว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักอีกครั้ง เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงสันติภาพที่สหรัฐฯ ยื่นเสนอ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าเขาอาจสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่านอีกระลอก เนื่องจากอิหร่านใช้เวลานานเกินไปในการบรรลุข้อตกลง
คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่ปธน.ทรัมป์ได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันอังคารที่ผ่านมา (9 มิ.ย.) หลังจากเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของกองทัพสหรัฐฯ ถูกยิงตก
ดอลลาร์ยังได้ปัจจัยหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาสูงเกินคาด และล่าสุดได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ พุ่งขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2566 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับการคาดการณ์ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.8% ในเดือนเม.ย.
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (11 มิ.ย.) เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด