ดอลลาร์ปรับตัวแคบ ขณะรอ"ทรัมป์"แถลงข่าวตอบโต้จีนกรณีฮ่องกง

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday May 29, 2020 23:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์ปรับตัวแคบเทียบสกุลเงินหลัก ขณะที่นักลงทุนรอการแถลงข่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เกี่ยวกับมาตรการตอบโต้จีน หลังจากที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่สำหรับฮ่องกง

ณ เวลา 23.21 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.16% สู่ระดับ 107.80 เยน ขณะที่ยูโรดีดตัวขึ้น 0.34% สู่ระดับ 119.63 เยน และแข็งค่า 0.17% สู่ระดับ 1.1100 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.03% สู่ระดับ 98.41

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์จะจัดการแถลงข่าวในวันนี้เพื่อประกาศนโยบายใหม่ของสหรัฐที่จะดำเนินการต่อจีน โดยจะเป็นการตอบโต้จีนต่อการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่สำหรับฮ่องกง

อย่างไรก็ดี ทำเนียบขาวยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดเวลาที่ปธน.ทรัมป์จะจัดการแถลงข่าวดังกล่าว

ทางด้านนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดใกล้ที่จะดำเนินการปล่อยเงินกู้ให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของสหรัฐแล้ว

"อีกเพียงไม่กี่วัน เราจะปล่อยเงินกู้เป็นครั้งแรกแก่ภาคธุรกิจ โดยจะมีอยู่ 3 โครงการสำหรับธุรกิจที่แตกต่างกันออกไป" นายพาวเวลกล่าวในการเสวนาผ่านระบบออนไลน์เกี่ยวกับมาตรการของเฟดในการเยียวยาภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ที่ผ่านมา เฟดทำการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าตลาดผ่านทางการซื้อพันธบัตรและตราสารหนี้ของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น รวมทั้งซื้อหุ้นกู้ของภาคเอกชน ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเฟดกำลังช่วยตลาดวอลล์สตรีทมากกว่าที่จะช่วยตลาดเมนสตรีท ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการดำเนินงานอยู่แล้วและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เฟดดำเนินการปล่อยกู้โดยตรงแก่ภาคธุรกิจในครั้งนี้

นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดได้รับเสียงตอบรับจากสาธารณชนจำนวนมากที่ต้องการให้มีการปรับปรุงเงื่อนไขในการปล่อยกู้ของเฟด ส่งผลให้เฟดมีการปรับรายละเอียดตามความต้องการของภาคธุรกิจ

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเสนอเงินกู้อายุ 4 ปีให้แก่บริษัทที่มีพนักงานไม่เกิน 15,000 คน และมีรายได้ไม่เกิน 5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี โดยวงเงินกู้เริ่มตั้งแต่ 500,000 ดอลลาร์ไปจนถึง 100 ล้านดอลลาร์


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ