S&P ลดแนวโน้มอันดับเครดิตฟิลิปปินส์เป็น "Stable" เหตุสงครามตอ.กลางเพิ่มความเสี่ยง

ข่าวต่างประเทศ Thursday April 9, 2026 09:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ (S&P Global Ratings) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของฟิลิปปินส์ไว้ที่ระดับ "BBB+/A-2" แต่ปรับลดแนวโน้มอันดับจาก "เชิงบวก" เป็น "มีเสถียรภาพ" โดยระบุถึงความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่เพิ่มสูงขึ้นและแรงกดดันทางการคลังที่สืบเนื่องมาจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง

S&P ระบุว่า แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือที่มีเสถียรภาพสะท้อนถึงการคาดการณ์ว่า ฟิลิปปินส์จะยังคงรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีและการขาดดุลการคลังที่ลดลงได้ในช่วง 2 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม การปรับลดจากแนวโน้มอันดับจากเชิงบวกนั้นบ่งชี้ว่า การสนับสนุนด้านการคลังและปัจจัยภายนอกไม่น่าจะปรับตัวดีขึ้นเพียงพอในระยะใกล้ จนถึงขั้นที่จะนำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือได้

S&P ระบุต่อไปว่า สงครามในตะวันออกกลางได้เพิ่มความเสี่ยงต่อดัชนีชี้วัดทางการคลังและปัจจัยภายนอกของประเทศ แม้บริษัทประเมินว่า ความรุนแรงของความขัดแย้งจะพุ่งสูงสุดในเดือนเมษายน แต่ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ในระดับสูง และการหยุดชะงักของกิจกรรมต่าง ๆ อาจยืดเยื้อต่อไปอีกหลายเดือน

สำหรับปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนอันดับความน่าเชื่อถือนั้น ทาง S&P มองว่า ฟิลิปปินส์ยังคงมีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีสถานะการเงินระหว่างประเทศ (External Position) ที่แข็งแกร่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัจจัยบั่นทอนจากตัวเลข GDP ต่อหัวประชากรที่ยังคงต่ำกว่าประเทศส่วนใหญ่ที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุน (Investment Grade)

ทั้งนี้ S&P คาดการณ์ว่า GDP ที่แท้จริงของฟิลิปปินส์จะเติบโต 5.8% ในปี 2569 หลังจากที่ขยายตัว 4.4% ในปี 2568 อย่างไรก็ตาม S&P เตือนว่า วิกฤตราคาน้ำมันที่เริ่มขึ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนในช่วงครึ่งแรกของปี โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับ 3.4% ในปี 2569 หลังจากที่ชะลอตัวลงไปอยู่ที่ 1.7% ในปี 2568

ขณะที่สถานะการเงินระหว่างประเทศยังคงเป็นจุดแข็ง โดยมีทุนสำรองระหว่างประเทศรวมสูงถึง 1.075 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ เดือนมีนาคม 2569 และยอดเงินโอนกลับประเทศจากแรงงานในต่างประเทศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 3.56 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 คิดเป็น 7.3% ของ GDP

ทางด้านธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.25% ในการประชุมวาระพิเศษเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่ง S&P คาดว่าธนาคารกลางจะยังคงนโยบายการเงินที่เป็นกลางในช่วงที่เหลือของปี เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ