คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้แถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันนี้ (17 มี.ค.) ว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ของ BOJ พร้อมย้ำว่าการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าจะต้องสอดคล้องกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
อุเอดะกล่าวต่อรัฐสภาว่า ค่าจ้างและราคาสินค้ากำลังปรับตัวสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ เริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการผลักภาระต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่สูงขึ้นไปให้กับผู้บริโภค
"อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังค่อย ๆ เร่งตัวขึ้นสู่เป้าหมาย 2% ของเรา และคาดว่าจะแตะระดับ 2% ในช่วงใดช่วงหนึ่งตั้งแต่ครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2569 ไปจนถึงปี 2570" อุเอดะกล่าวต่อรัฐสภา และเสริมว่า "เราจะดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสม เพื่อให้ญี่ปุ่นบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพ โดยมีการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างควบคู่ไปด้วย"
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยเธอได้เรียกร้องให้ BOJ สร้างความมั่นใจว่าการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อนั้นไม่ได้เกิดจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ต้องเกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าจ้าง
ในการแถลงครั้งนี้ อุเอดะหลีกเลี่ยงที่จะเน้นย้ำคำมั่นสัญญาเดิมของ BOJ ที่ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปหากเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัว
ถ้อยแถลงของอุเอดะมีขึ้นก่อนที่การประชุมนโยบายการเงินของ BOJ จะเปิดฉากขึ้นในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) และเสร็จสิ้นในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) โดยมีการคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75% ในการประชุมครั้งนี้
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ญี่ปุ่นเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้การตัดสินใจของ BOJ เกี่ยวกับช่วงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีความซับซ้อนมากขึ้นด้วย เนื่องจากญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ