บรรดานักลงทุนในแพลตฟอร์มเดิมพันออนไลน์พากันเพิ่มความเป็นไปได้ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดในวันนี้
ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม Kalshi เพิ่มความน่าจะเป็นที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ สู่ระดับ 52% จากเดิมที่ระดับ 25.3%
นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนเดือนกรกฎาคม 2570 ก็เพิ่มขึ้นจาก 54% เป็น 65%
นายโรเจอร์ เฟอร์กูสัน อดีตรองประธานเฟด กล่าวในรายการ Squawk Box ของสำนักข่าว CNBC ว่า 'ผมคิดว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งภายในปีนี้ โดยมีเหตุผลรองรับอย่างเพียงพอ เพราะเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงและลดลงได้ยาก'
นักลงทุนพากันเทน้ำหนักเกือบ 60% ต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานในวันนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนัก 57.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 41.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ขณะที่ให้น้ำหนัก 0.7% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 85,000 ตำแหน่ง
ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.3% สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนเม.ย.เป็นเพิ่มขึ้น 179,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่ง
ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 120,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. ขณะที่ภาครัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 52,000 ตำแหน่ง
ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ
ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งแสดงสัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมด อยู่ที่ระดับ 61.8%