นักลงทุนลดคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ยเดือนหน้า หลังเจ้าหน้าที่เฟดประสานเสียงขวางลดดบ.

ข่าวเศรษฐกิจ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562 23:39 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดการเงินลดคาดการณ์แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนหน้า หลังจากที่ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และแคนซัส ซิตี้แสดงความเห็นคัดค้านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดต่อไป ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 91.2% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. จากระดับ 98% เมื่อวานนี้ นายแพทริก ฮาร์เกอร์ ประธานเฟด สาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า เขาไม่เห็นด้วยที่จะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ แม้ว่าเขาเห็นพ้องกับการที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนที่แล้ว นายฮาร์เกอร์กล่าวอีกว่า เขาต้องการรอดูต่อไป ก่อนที่จะสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง นางจอร์จกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ตนจะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟด ถ้าหากมีข้อมูลใหม่บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง

"ผมคิดว่าเรากำลังอยู่ในจุดยืนที่เป็นกลางในขณะนี้ และผมคิดว่าเราควรอยู่ในสภาวะดังกล่าวสักระยะหนึ่ง และรอดูว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร" นายฮาร์เกอร์กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า เขาสนับสนุนที่จะให้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหรือไม่ นายฮาร์เกอร์กล่าวว่า "ไม่ สำหรับตอนนี้ เพราะตลาดแรงงานกำลังแข็งแกร่ง และเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ"

การแสดงความเห็นของนายฮาร์เกอร์สอดคล้องกับนางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟด สาขาแคนซัส ซิตี้ ซึ่งกล่าวย้ำถึงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนที่แล้ว

"ดิฉันมีความรู้สึกว่าเราได้เพิ่มการผ่อนคลายทางการเงิน แต่ดิฉันมองว่าสิ่งนี้ไม่มีความจำเป็น" นางจอร์จกล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติ 8-2 เสียงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% ในการประชุมวันที่ 31 ก.ค. ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้

การประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2551

อย่างไรก็ดี นายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟด สาขาบอสตัน และนางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟด สาขาแคนซัส ซิตี้ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันดังกล่าว ขณะที่คัดค้านการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยระบุถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ, อัตราว่างงานต่ำสุดในรอบเกือบ 50 ปี และการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนที่แข็งแกร่ง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ