ผลสำรวจของภาคเอกชนที่เผยแพร่ในวันนี้ (5 ม.ค.) บ่งชี้ว่า กิจกรรมภาคบริการของจีนขยายตัวในอัตราที่ช้าลงในเดือนธ.ค. แม้มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนปรับตัวดีขึ้นในช่วงสิ้นปี 2568 ก็ตาม
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของจีน หรือ RatingDog China Services PMI ซึ่งรวบรวมโดย S&P Global ปรับตัวลงเล็กน้อย สู่ระดับ 52 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2568 จากระดับ 52.1 ในเดือนพ.ย. ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
อย่างไรก็ดี ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการของจีนยังคงมีการขยายตัว
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคบริการซึ่งรายงานโดย S&P Global ในวันนี้ สวนทางกับที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2568 ว่า ดัชนี PMI ภาคบริการปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.2 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 49.5 ในเดือนพ.ย.
นอกจากนี้ NBS รายงานว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนธ.ค. อยู่ที่ระดับ 50.1 เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.2 ในเดือนพ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 49.2 โดยข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภาคการผลิตของจีนเริ่มฟื้นตัว หลังจากที่อยู่ในภาวะหดตัวติดต่อกันนานถึง 8 เดือน อันเนื่องมาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอลงและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
การใช้จ่ายที่อ่อนแอลงของผู้บริโภคส่งผลให้เศรษฐกิจจีนยังคงมีความเสี่ยงต่อปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จีนมียอดเกินดุลการค้าสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์และถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากบรรดาประเทศคู่ค้าทั่วโลก แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประกาศในคืนวันส่งท้ายปี 2568 ว่า จีนจะสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2568 ซึ่งรัฐบาลคาดหมายไว้ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตประมาณ 5%