ผลสำรวจจากเนชันแนล ออสเตรเลีย แบงก์ (NAB) ที่เปิดเผยในวันนี้ (10 ก.พ.) ชี้ให้เห็นว่า ภาวะธุรกิจของออสเตรเลียในเดือนม.ค. ชะลอตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากยอดขายและผลกำไรชะลอตัวลง ขณะที่แรงกดดันด้านต้นทุนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคต
ผลสำรวจจาก NAB ระบุว่า ดัชนีภาวะธุรกิจลดลง 2 จุด สู่ระดับ +7 สวนทางกับที่เพิ่มขึ้นในเดือนธ.ค. ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจซึ่งมักมีความผันผวน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 จุด มาอยู่ที่ +3
สำหรับรายละเอียดของผลสำรวจพบว่า มาตรวัดยอดขายทางธุรกิจลดลง 6 จุด สู่ระดับ +10 ในเดือนม.ค. ซึ่งยังคงสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยในระยะยาว ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรลดลง 3 จุด สู่ระดับ +8 ส่วนมาตรวัดการจ้างงานยังคงทรงตัวอยู่ที่ +5 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์แรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง
การสำรวจดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.85% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 2 ปี เพื่อควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า มาตรวัดต้นทุนแรงงานและต้นทุนปัจจัยการผลิตต่างชะลอตัวลงในเดือนม.ค. โดยการขยายตัวของราคาขายปลีกรายไตรมาสชะลอตัวลงเหลือ 0.3% จากระดับ 0.5% ในเดือนธ.ค.
ไมเคิล เฮย์ส นักเศรษฐศาสตร์จาก NAB กล่าวว่า "มาตรวัดด้านต้นทุนและการขยายตัวของราคาสินค้าในผลสำรวจ ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดใหม่นับตั้งแต่ช่วงหลังโควิดระบาด"
"ในภาพรวม ผลสำรวจเดือนม.ค. บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจยังคงรักษาโมเมนตัมส่วนใหญ่ที่ได้รับจากปีที่ผ่านมาไว้ได้ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตจะชะลอตัวลงบ้างในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็ตาม"