สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (18 ก.พ.) ระบุว่า ตัวเลขดัชนีราคาค่าจ้างเพิ่มขึ้น 0.8% ในไตรมาส 4/2568 (ต.ค.-ธ.ค.) ตรงตามที่ตลาดคาดการณ์ และเท่ากับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่การเติบโตของค่าจ้างรายปีขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.4% จาก 3.3% ที่ผ่านมา (ตัวเลขปรับปรุง) โดยค่าจ้างรายปีเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 3.2%-3.6% ต่อเนื่องมาแล้วถึง 6 ไตรมาสติดต่อกัน
ค่าจ้างภาคเอกชนโต 3.4% จาก 3.3% ส่วนภาครัฐพุ่งแรงถึง 4.0% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2567 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการปรับขึ้นเงินเดือนในภาคสุขภาพและการดูแลเด็กที่รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน
อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 3.8% ในเดือนธ.ค. ค่าจ้างตามดัชนีดังกล่าวยังคงต่ำกว่าเงินเฟ้อ ส่งผลให้รายได้ที่แท้จริงของประชาชนยังคงลดลง อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาค่าจ้างไม่ได้รวมโบนัส ค่าล่วงเวลา หรือการปรับขึ้นเงินเดือนจากการเปลี่ยนงาน ซึ่งมักทำให้การเติบโตของรายได้ครัวเรือนในภาพรวมต่ำกว่าความเป็นจริง
ทั้งนี้ มาตรวัดค่าตอบแทนแรงงานในวงกว้างที่รวมอยู่ในบัญชีประชาชาติ เติบโตสูงถึง 7.1% ต่อปีในไตรมาส 3/2568 ซึ่งสูงกว่าเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ และได้หนุนรายได้ที่แท้จริงของประชาชนรวมถึงกระตุ้นการใช้จ่ายผู้บริโภค ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 3.85% ในช่วงต้นเดือนนี้
RBA ยังระบุด้วยว่า มาตรวัดต้นทุนแรงงานในวงกว้างกำลังร้อนแรงกว่าที่ดัชนีราคาค่าจ้างสะท้อน ชี้ให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังคงตึงตัวในระดับหนึ่งและอาจสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มเติม
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดการเงินให้น้ำหนักราว 60% ที่ RBA จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งสู่ระดับ 4.10% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนพ.ค. ที่จะถึงนี้