เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (20 ก.พ.) ระบุว่า การเติบโตของกิจกรรมทางธุรกิจในภาคเอกชนเยอรมนีเร่งตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนในเดือนก.พ. โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นในภาคบริการ และการขยายตัวของภาคการผลิตซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีครึ่ง
ผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นของเยอรมนีจาก HCOB ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.1 ในเดือนก.พ. จากระดับ 52.1 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 52.3
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
รายงานระบุว่า ภาคบริการยังคงเป็นผู้นำการเติบโต โดยอัตราการขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจเร่งตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน ส่งผลให้ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.4 ในเดือนก.พ. จากระดับ 52.4 ในเดือนม.ค. ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ซึ่งประเมินไว้ที่ 52.3
ขณะเดียวกัน ดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นต้นได้ทะยานผ่านระดับ 50.0 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2565 โดยขึ้นไปแตะระดับ 50.7 ในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.1 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 49.5
นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการยืนยันถึงสัญญาณเบื้องต้นของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษมาตั้งแต่เดือนม.ค.
นอกจากนี้ ยอดคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเพิ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างพลิกความคาดหมายในเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา โดยทำสถิติเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปี
นักเศรษฐศาสตร์เสริมว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเยอรมนีน่าจะมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาสแรก เว้นเสียแต่ว่าจะเกิดภาวะตกต่ำครั้งใหญ่ในเดือนมี.ค. ซึ่งจากข้อมูลในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ถึงทิศทางดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการเติบโตในเชิงบวก แต่สถานการณ์การลดจำนวนพนักงานยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะเป็นอัตราที่ช้าลงก็ตาม โดยโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ปรับลดการจ้างงานลงด้วยอัตราที่ช้าที่สุดเป็นอันดับสองในรอบเกือบ 2 ปีครึ่ง