ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ (1 เม.ย.) ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ (ทังกัน) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 17 ในไตรมาส 1/2569 จากระดับ 16 ในไตรมาส 4/2568 แต่สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ได้บดบังแนวโน้มความเชื่อมั่นในอนาคต
ดัชนีทังกันซึ่งเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่นของบริษัทต่าง ๆ ในภาคการผลิต เช่น บริษัทในอุตสาหกรรมรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ปรับตัวขึ้นติดต่อกันสี่ไตรมาส และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 16
อย่างไรก็ตาม คาดว่าดัชนีทังกันจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 14 ในไตรมาสหน้า โดยเจ้าหน้าที่ BOJ กล่าวว่า อุตสาหกรรมเป็นวงกว้างต่างก็ระบุถึงผลกระทบเชิงลบจากการที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ BOJ กล่าวว่า ผลสำรวจล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่าความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ มีความแข็งแกร่ง แต่สงครามในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อภาคส่วนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ถ่านหิน และเคมีภัณฑ์
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มบริษัทนอกภาคการผลิตซึ่งรวมถึงภาคบริการนั้น อยู่ที่ระดับ 36 ในไตรมาส 1/2569 ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับในไตรมาส 4/2568
ทั้งนี้ ดัชนีทังกันแสดงถึงเปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่รายงานว่าภาวะทางธุรกิจเป็นไปในทิศทางที่ดี ลบด้วยเปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่รายงานว่าภาวะทางธุรกิจเป็นไปในทิศทางที่ย่ำแย่