ดัชนี PMI ยูโรโซนมี.ค. โตชะลอ เซ่นพิษสงครามตอ.กลางดันต้นทุนพุ่ง

ข่าวต่างประเทศ Tuesday April 7, 2026 16:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (7 เม.ย.) ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 50.7 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 51.9 ในเดือนก.พ. แต่ยังคงสูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระดับ 50.5

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว

การขยายตัวของภาคเอกชนในยูโรโซนเดือนมี.ค. ชะลอตัวลง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางดันต้นทุนพลังงานพุ่งและกระทบห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ความต้องการสินค้าและบริการโดยรวม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสภาวะเศรษฐกิจ ปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน

กิจกรรมในภาคบริการแทบจะไม่มีการขยายตัว โดยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายร่วงลงสู่ระดับ 50.2 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 51.9 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ในขณะที่การเติบโตของผลผลิตภาคการผลิตยังคงแข็งแกร่ง

ผลสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจยูโรโซนในไตรมาสแรกอาจขยายตัวเพียง 0.2% และมีความเสี่ยงที่จะหดตัวในไตรมาสปัจจุบัน หากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ยุติลงโดยเร็ว

คำสั่งซื้อใหม่ปรับลดลงเป็นครั้งแรกหลังฟื้นตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนก.ค. ปีที่แล้ว เนื่องจากความต้องการในภาคบริการซบเซา ขณะที่ยอดสั่งซื้อเพื่อการส่งออกลดลงเช่นกัน ตามความต้องการบริการระหว่างประเทศที่ดิ่งลงหนักสุดในรอบ 6 เดือน

หากพิจารณาในกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ สเปนยังคงเป็นผู้นำด้านการเติบโต ขณะที่ฝรั่งเศสและอิตาลีเข้าสู่ภาวะหดตัว ส่วนการขยายตัวของเยอรมนีก็ชะลอลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปีนี้

ปัจจัยลบเหล่านี้ยังส่งผลให้การจ้างงานและความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวลดลง สะท้อนถึงความกังวลต่อแนวโน้มการจ้างงานและการลงทุนในระยะข้างหน้า

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี โดยเฉพาะภาคการผลิตที่ต้นทุนดีดตัวรายเดือนสูงเป็นประวัติการณ์ ผู้ประกอบการจึงต้องปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2567 แม้สัดส่วนการขึ้นราคาจะยังน้อยกว่าต้นทุนก็ตาม

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของยูโรโซนเมื่อเดือนที่ผ่านมา พุ่งทะลุเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ไปแตะที่ 2.5% ตอกย้ำความยากลำบากของ ECB ที่ต้องเลือกระหว่างการดำเนินนโยบายเพื่อพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ถดถอย หรือการสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นจากราคาพลังงาน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ