ตัวเลขขาดดุลการค้าของอินเดียประจำเดือนมี.ค. ร่วงลงมาอยู่ที่ 2.067 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สวนทางกับความกังวลเดิมที่ประเมินว่าสงครามอิหร่านจะขัดขวางการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับ และดันต้นทุนสินค้านำเข้าโดยเฉพาะพลังงานให้พุ่งสูงขึ้น
ก่อนหน้านี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าอินเดียจะขาดดุลการค้าหนักถึง 3.275 หมื่นล้านดอลลาร์ ทว่าข้อมูลทางการล่าสุดที่เผยแพร่วันนี้ (15 เม.ย.) กลับชี้ว่า ตัวเลขขาดดุลลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 2.71 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.พ. โดยได้ปัจจัยหนุนจากยอดส่งออกที่ขยับขึ้นแตะ 3.892 หมื่นล้านดอลลาร์ (จากระดับ 3.661 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.พ.) ผสานกับยอดนำเข้าที่หดตัวลงเหลือ 5.959 หมื่นล้านดอลลาร์ (จากระดับ 6.371 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.พ.)
ด้านสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงตึงเครียด โดยวันนี้ กองทัพสหรัฐฯ ได้ตัดขาดเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเลเข้าออกอิหร่านโดยสมบูรณ์ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งสัญญาณว่าอาจกลับมาเปิดโต๊ะเจรจายุติสงครามกับรัฐบาลเตหะรานได้ภายในสัปดาห์นี้ก็ตาม
ผลพวงจากสงครามบีบให้อิหร่านต้องปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติของโลก ภาวะดังกล่าวกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของอินเดียในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ ทั้งยังบั่นทอนการค้ากับภูมิภาคตะวันออกกลางโดยตรง
อนึ่ง อินเดียตกอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางกว่าญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน เนื่องจากอินเดียต้องพึ่งพาเส้นทางเดินเรือผ่านอ่าวอาหรับเป็นหลักในการขนส่งสินค้า ซึ่งปัจจุบันต้นทุนการใช้เส้นทางนี้พุ่งสูงลิ่วจนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญทางธุรกิจ หลังค่าระวางเรือและค่าประกันภัยทะยานขึ้นจากความเสี่ยงของภัยสงคราม