ธนาคารกลางเกาหลีใต้ เปิดเผยวันนี้ (22 เม.ย.) ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนมี.ค. ทะยานขึ้นแรงสุดในรอบเกือบ 4 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมี.ค. ขยับขึ้น 1.6% จากเดือนก่อนหน้า แตะระดับ 125.24 ถือเป็นการเพิ่มขึ้นแบบเดือนต่อเดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2565 (ซึ่งขยับขึ้น 1.6% เช่นกัน) และเป็นการทำสถิติปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันมาตั้งแต่เดือนก.ย. ปีที่แล้ว
หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดัชนีราคาผู้ผลิตขยายตัวถึง 4.1% ทำสถิติพุ่งแรงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2566
อนึ่ง ดัชนีราคาผู้ผลิตถือเป็นมาตรวัดสำคัญสำหรับประเมินทิศทางเงินเฟ้อในอนาคต เนื่องจากตัวเลขนี้สะท้อนถึงต้นทุนที่ผู้ประกอบการเตรียมผลักภาระไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในระยะต่อไป
เมื่อเจาะดูรายละเอียดพบว่า ราคาสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 3.5% จากเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ถ่านหินและปิโตรเลียมที่พุ่งทะยานถึง 31.9% รวมถึงเคมีภัณฑ์ที่ขยับขึ้น 6.7% สวนทางกับหมวดสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ และประมง ที่ราคาย่อตัวลง 3.3% ส่วนภาคบริการราคายังคงทรงตัว
ขณะเดียวกัน ดัชนีราคาอุปทานในประเทศ ซึ่งสะท้อนต้นทุนทั้งจากฝั่งผู้ผลิตและฝั่งสินค้านำเข้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.7% จากเดือนก่อนหน้า
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เปิดฉากขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ. หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านจนบานปลายเป็นวิกฤตระดับภูมิภาค วิกฤตการณ์ดังกล่าวทำให้ห่วงโซ่อุปทานชะงักงัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้น และสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วตลาดทุนโลก ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจต่างออกมาเตือนว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง
ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านออกไปโดยไม่มีกำหนด เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองประเทศเดินหน้าเจรจาสันติภาพต่อไปเพื่อยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาในอนาคต รวมถึงปัญหาการหยุดชะงักของอุปทาน ยังคงทำให้ตลาดอยู่ในภาวะวิตกกังวล