อูน พันธ์มุนีรัตน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชาเปิดเผยในวันนี้ (27 เม.ย.) ว่า เศรษฐกิจกัมพูชาคาดว่าจะขยายตัว 5% ในปี 2569 ลดลงเล็กน้อยจาก 5.2% ในปี 2568 เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอกและสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย
พันธ์มุนีรัตน์กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของกัมพูชาคาดว่าจะแตะที่ 5.38 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2569 ขณะที่ GDP ต่อหัว (GDP per capita) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3,020 ดอลลาร์สหรัฐ
พันธ์มุนีรัตน์กล่าวในพิธีเปิดใช้ถนนระดับชาติในจังหวัดกันดาล ทางตอนใต้ของประเทศว่า "เศรษฐกิจกัมพูชาฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและยังคงรักษาทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้หลังวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอนสูงในสถานการณ์ระดับภูมิภาคและระดับโลกจากการเผชิญหน้าทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น การแตกแยกของเศรษฐกิจโลก และการกลับมาของลัทธิเอกภาคีนิยมก็ตาม"
เศรษฐกิจกัมพูชาพึ่งพาภาคการส่งออกเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และสินค้าเพื่อการเดินทาง รวมถึงการท่องเที่ยว การเกษตร ตลอดจนภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างเป็นหลัก
ด้านคิน เพีย ผู้อำนวยการสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งกัมพูชาให้ความเห็นว่า เพื่อรักษาแรงส่งการเติบโตให้มั่นคง กัมพูชาควรให้ความสำคัญกับภาคส่วนเชิงกลยุทธ์ เช่น เทคโนโลยีการเกษตร พลังงานหมุนเวียน โลจิสติกส์ บริการดิจิทัล และอุตสาหกรรมการผลิตที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
"การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน การยกระดับความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และการทุ่มเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากในทุนมนุษย์ ทั้งด้านทักษะ นวัตกรรม และการวิจัย จะช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว และช่วยบรรเทาผลกระทบจากปัจจัยภายนอกในอนาคตได้" คิน เพีย เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัว