สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) เปิดเผยในวันนี้ (5 พ.ค.) ว่า ยอดการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนออสเตรเลียพุ่งขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2 ปีในเดือนมี.ค. โดยมีแรงผลักดันมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ความพยายามของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ในการลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลของ ABS ระบุว่า ยอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคพุ่งขึ้น 6.3% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 6.1%
ส่วนเมื่อเทียบเป็นรายเดือน ยอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 1.6% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.8% แต่ตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าอยู่ในระดับสูง แม้เผชิญกับต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น
ABS ระบุว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นในช่วงต้นเดือนมี.ค.และยังคงอยู่ในระดับสูงตลอดทั้งเดือน เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้อุปทานทั่วโลกเผชิญภาวะชะงักงัน พร้อมระบุว่า ยอดการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในหมู่ผู้บริโภค โดยผู้ใช้รถยนต์แวะเข้าปั๊มน้ำมันบ่อยครั้งขึ้นแต่เติมในปริมาณน้อยลงต่อครั้ง เพื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ขณะที่ยอดการใช้ขนส่งสาธารณะที่เพิ่มขึ้นก็ช่วยหนุนความต้องการในภาพรวมให้เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคซบเซาลง แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายจริงยังคงค่อนข้างแข็งแกร่ง ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางออสเตรเลียแทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินหน้าใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงินต่อไป
ทั้งนี้ การเปิดเผยยอดการใช้จ่ายของผู้บริโภค มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่คณะกรรมการ RBA จะประชุมในวันนี้ ขณะที่ตลาดคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ RBA พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.35%