เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (21 พ.ค.) ว่า ภาคเอกชนของเยอรมนีหดตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนพ.ค. เนื่องจากสงครามในอิหร่านได้ฉุดรั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ บั่นทอนอุปสงค์ และผลักดันให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นของเยอรมนี ขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 48.6 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 48.4 ในเดือนเม.ย. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 48.4
อย่างไรก็ตาม ดัชนี PMI ที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะหดตัว ส่วนดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะขยายตัว
นักเศรษฐศาสตร์จากเอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า "จากข้อมูลดัชนี PMI ขั้นต้นเดือนพ.ค. ที่ส่งสัญญาณการลดลงของกิจกรรมทางธุรกิจเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันนั้น ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจเยอรมนีกำลังอยู่ในทิศทางที่จะหดตัวในไตรมาส 2 ของปีนี้"
การลดลงดังกล่าวนำโดยภาคบริการ ซึ่งกิจกรรมทางธุรกิจหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 แม้ในอัตราที่ชะลอลงก็ตาม โดยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นขยับขึ้นสู่ระดับ 47.8 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 46.9 ในเดือนเม.ย. แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50
ขณะเดียวกัน ภาคการผลิตก็อยู่ในภาวะชะงักงัน โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นต้นชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 49.9 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 51.4 ในเดือนเม.ย.
นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลสะท้อนไปถึงราคาอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราเงินเฟ้อด้านต้นทุนการผลิตเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง อันเนื่องมาจากผลกระทบลูกโซ่ของราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและภาวะขาดแคลนอุปทาน