เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ในวันนี้ (8 มิ.ย.) ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค หลังการเทขายอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นจาการ์ตาร่วงลงรุนแรงถึง 4.3%
สกุลเงินรูเปียห์อ่อนค่าลง 0.8% สู่ระดับ 18,184.50 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลา 14.45 น. ตามเวลาไทย
โมฮิต มีร์ปูรี หุ้นส่วนของเอสจีเอ็มซี แคปิตอล (SGMC Capital) ในสิงคโปร์กล่าวว่า "ช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้าถือเป็นช่วงเวลาวิกฤตอย่างยิ่ง" และ "ตลาดกำลังมองหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับวินัยการคลัง ความสอดคล้องของนโยบาย และความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค"
ทั้งนี้ สินทรัพย์ของอินโดนีเซียดิ่งลงอย่างต่อเนื่องเนื่องจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการบริหารจัดการเศรษฐกิจของรัฐบาล ความสับสนเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ในการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ และความกังวลที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งเกี่ยวกับภาพรวมความน่าเชื่อถือของประเทศ ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นอ้างอิงทรุดตัวลงเกือบ 39% หลังจากเพิ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปเมื่อ 5 เดือนก่อน หนุนให้อินโดนีเซียกลายเป็นประเทศที่มีผลการดำเนินงานตลาดหุ้นย่ำแย่ที่สุดในปี 2569
สกุลเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงราว 8% และกลายเป็นสกุลเงินที่ทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดในเอเชียในปี 2569 โดยดิ่งลงทุบสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์หลายครั้ง และร่วงทะลุระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 18,000 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า ทางการอินโดนีเซียจำเป็นต้องส่งสัญญาณแนวทางนโยบายที่ชัดเจนกว่านี้ และเปิดเผยมาตรการที่จับต้องได้เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น เนื่องจากนักลงทุนจะไม่เชื่อมั่นเพียงแค่คำมั่นสัญญาเท่านั้น
นักวิเคราะห์กล่าวเสริมว่า ผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่มีท่าทีรอดูสถานการณ์ก่อนที่ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) จะตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 18 มิ.ย. รวมถึงการทบทวนความน่าลงทุนของประเทศโดยเอ็มเอสซีไอ (MSCI) ในช่วงปลายเดือนมิ.ย. ในขณะเดียวกัน ข่าวลือเรื่องการปรับเปลี่ยนตัวผู้กำหนดนโยบายจะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอน แม้ว่ากระทรวงการคลังและ BI จะเพิ่งเปิดเผยมาตรการเพิ่มเติมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อพยุงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและดึงดูดเงินทุนไหลเข้าก็ตาม