ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า โครงการสำรวจแร่ธาตุสำคัญจากแหล่งใต้ทะเลลึกนอกชายฝั่งเกาะมินามิโทริ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ค้นพบแร่หายาก (Rare Earth) ชนิดปานกลางและชนิดหนักหลายประเภท ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง
สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเล-ธรณีแห่งญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ (24 ก.ค.) ว่า ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างโคลนใต้ทะเลพบว่า แร่หายากชนิดปานกลางและชนิดหนัก เช่น อิตเทรียม แกโดลิเนียม และดิสโพรเซียม คิดเป็นสัดส่วนราว 54% ของแร่หายากทั้งหมดที่สกัดได้จากตัวอย่างโคลน ขณะที่แร่หายากชนิดเบา เช่น นีโอไดเมียม มีสัดส่วน 46% อย่างไรก็ดี ไม่มีการเปิดเผยปริมาณแร่หายากทั้งหมดที่เก็บได้จากตัวอย่างโคลน
จากผลการค้นพบดังกล่าว คณะวิจัยมีแผนดำเนินการทดสอบขุดแร่หายากเต็มรูปแบบในพื้นที่เดิมเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นรัฐบาลจะประเมินต้นทุนและประโยชน์ของการพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมภายในเดือนมีนาคม 2571
โชอิจิ อิชิอิ หัวหน้าโครงการจากสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวในการแถลงข่าวว่า การพบอิตเทรียมถือว่ามีค่าอย่างยิ่งสำหรับเรา เนื่องจากราคาของแร่ชนิดนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดโลก
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ญี่ปุ่นนำเข้าแร่หายากส่วนใหญ่จากจีน และกำลังเผชิญความท้าทายในการกระจายแหล่งนำเข้า เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศย่ำแย่ลงหลังจากที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวพาดพิงถึงไต้หวันเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีน ส่งผลให้จีนเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออกสินค้าที่นำไปใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร (Dual-Use) ซึ่งรวมถึงแร่หายาก
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นกำลังพยายามผลิตแร่หายากเองภายในประเทศ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้ามากมาย ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงอาวุธยุทโธปกรณ์
โดย ปรียพรรณ มีสุข/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์