โตโยต้าจ่อตอบรับคำขอขึ้นค่าแรง หนุน BOJ ยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบ

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday March 13, 2024 11:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

หนังสือพิมพ์ไมนิจิ (Mainichi) รายงานวันนี้ (13 มี.ค.) ว่า โตโยต้า (Toyota) บริษัทผลิตยานยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่น ตกลงที่จะตอบรับข้อเรียกร้องปรับขึ้นค่าจ้างประจำปี ขณะที่บริษัทใหญ่ ๆ ในญี่ปุ่นเตรียมเสนอขึ้นค่าจ้างครั้งใหญ่ในการประชุมค่าจ้างประจำปีกับสหภาพแรงงาน

ทั้งนี้ การเจรจาด้านค่าจ้างประจำปีหรือ "ชุนโต (Shunto)" ซึ่งมีขึ้นในวันนี้ และจะประกาศผลในวันศุกร์ (15 มี.ค.) อยู่คู่กับแวดวงธุรกิจญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพแรงงานและฝ่ายนายจ้างของญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะเป็นการร่วมมือกันมากกว่าในประเทศอื่น ๆ เป็นอย่างมาก

สหภาพแรงงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ โลหะ เครื่องจักรกลหนัก และภาคบริการ ต่างเรียกร้องให้มีการขึ้นค่าจ้างเป็นจำนวนมาก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การเจรจาค่าจ้างกลายเป็นที่จับตามองอีกครั้งในปีนี้ เนื่องจากการปรับขึ้นค่าจ้างดังกล่าว ทำให้เกิดความคาดหวังว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะยุติการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น ยังให้ความสำคัญกับการปรับขึ้นค่าจ้างเป็นอันดับแรก เพื่อขจัดปัญหาการเติบโตของค่าจ้างอันแสนน้อยนิดที่เกิดขึ้นมานานหลายปี

หนังสือพิมพ์ไมนิจิรายงานว่า โตโยต้าซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ผลลัพธ์ของการเจรจา ได้ตกลงที่จะตอบรับข้อเรียกร้องของพนักงานที่ขอขึ้นเงินเดือน 28,440 เยน (193 ดอลลาร์) และการจ่ายเงินโบนัสที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

BOJ ยืนยันมานานแล้วว่า ค่าจ้างต้องเพิ่มขึ้นก่อน จากนั้น BOJ ถึงจะยุติการทดลองทางการเงินที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปีได้ ซึ่งขณะนั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำพาญี่ปุ่นออกจากวงจรภาวะเงินฝืดและความซบเซาทางเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อเรื้อรัง

BOJ ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมากและอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษมานานกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอื่น ๆ มาหลายปี เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังร่อแร่ โดยทางแบงก์ชาติเตรียมจัดประชุมเพื่อกำหนดนโยบายครั้งต่อไปในวันที่ 18-19 มี.ค.

อนึ่ง สมาพันธ์สหภาพการค้าของญี่ปุ่นหรือเรนโก (Rengo) ระบุว่า สหภาพแรงงานหลายแห่งได้เรียกร้องการปรับขึ้นค่าจ้างโดยเฉลี่ย 5.85% ในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าระดับ 5% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ด้วยเหตุนี้ จึงมีนักวิเคราะห์ที่คาดว่า ค่าจ้างจะมีการปรับตัวขึ้นที่ 5% หรือสูงกว่า จากที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ไว้ที่ระดับต่ำกว่า 4% ซึ่งจะเป็นการเพิ่มค่าจ้างครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 31 ปี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ