จอลลิบี ฟู้ดส์ (Jollibee Foods) เครือร้านอาหารจานด่วนรายใหญ่จากฟิลิปปินส์ เปิดแผนแยกธุรกิจในต่างประเทศออกจากบริษัทแม่ พร้อมเตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ภายในช่วงปลายปี 2570 เพื่อรองรับยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจระดับโลก ส่งผลให้ราคาหุ้นบริษัทปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในรอบกว่า 5 ปี
จอลลิบีระบุว่า ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดำเนินการแยกหน่วยธุรกิจระหว่างประเทศออกมาตั้งเป็นบริษัทใหม่ในชื่อ จอลลิบี ฟู้ดส์ คอร์ปอเรชัน อินเตอร์เนชันแนล (Jollibee Foods Corporation International) ซึ่งจะรวบรวมกิจการทั้งหมดนอกฟิลิปปินส์ ขณะที่ธุรกิจในประเทศจะยังคงจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ต่อไป
ภายหลังการพักซื้อขายหุ้นเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ราคาหุ้นจอลลิบีปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 11.56% ในการซื้อขายวันนี้ (6 ม.ค.) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2563
จอลลิบีระบุเพิ่มเติมว่า การแยกบริษัทออกเป็นสองนิติบุคคลที่จดทะเบียนแยกกัน จะช่วยเพิ่มความชัดเจนด้านกลยุทธ์ และสะท้อนมูลค่าทางเศรษฐกิจของแต่ละธุรกิจได้อย่างเหมาะสม โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนประเมินมูลค่าธุรกิจในประเทศซึ่งมีความมั่นคงและสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ แยกออกจากธุรกิจต่างประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง แต่มีความผันผวนมากกว่า
ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นจอลลิบีจะได้รับหุ้นในบริษัทธุรกิจต่างประเทศในสัดส่วนเท่ากับจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ ณ วันที่เข้าจดทะเบียน
ปัจจุบัน จอลลิบีเป็นเจ้าของแบรนด์ร้านอาหารหลายแห่ง และเดินหน้าขยายฐานในตลาดโลก แข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง McDonalds และ Yum! Brands ในหลายประเทศ โดยตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา บริษัทได้ทำดีลควบรวมและซื้อกิจการข้ามพรมแดนแล้ว 27 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์
ณ สิ้นเดือนก.ย. จอลลิบีมีร้านอาหารรวม 10,304 สาขา โดย 6,859 สาขาอยู่ในต่างประเทศ ครอบคลุมมากกว่า 30 ประเทศ ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศสร้างรายได้ราว 43% จากรายได้รวม 224,200 ล้านเปโซในช่วง 9 เดือนแรกของปี