กระทรวงพาณิชย์ของจีนแถลงในวันนี้ (8 ม.ค.) ว่า ทางกระทรวงเตรียมดำเนินการตรวจสอบกรณีที่บริษัท เมตา (Meta) เข้าซื้อกิจการ แมนัส (Manus) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (AI) สัญชาติจีนที่มีการดำเนินงานอยู่ในสิงคโปร์ เพื่อพิจารณาว่าข้อตกลงดังกล่าวปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการควบคุมการส่งออกและการถ่ายโอนเทคโนโลยีหรือไม่
เหอ หย่าตง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวในการแถลงข่าวว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนสนับสนุนบริษัทต่าง ๆ ในการดำเนินงานข้ามชาติและการร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างประเทศที่สร้างผลประโยชน์ร่วมกันแก่ทุกฝ่ายมาโดยตลอด ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องเป็นไปตามที่กฎหมายและระเบียบข้อบังคับกำหนด
โฆษกฯ ยังเน้นย้ำว่า บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในต่างประเทศ การส่งออกเทคโนโลยี การถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดน รวมถึงการควบรวมและซื้อกิจการข้ามชาติ รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายของจีนและดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างครบถ้วน
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินและตรวจสอบว่าการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ มีความสอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการส่งออก การนำเข้าและส่งออกเทคโนโลยี รวมถึงการลงทุนในต่างประเทศหรือไม่
ความเคลื่อนไหวของทางการจีนมีขึ้น หลังมีรายงานเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาว่า เมตา ตกลงเข้าซื้อกิจการ แมนัส ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในสิงคโปร์ โดยการเข้าซื้อครั้งนี้จะทำให้เมตาได้ครอบครองระบบ AI ที่ได้รับความนิยมในภาคธุรกิจ ขณะที่เมตากำลังเดินหน้าสร้างธุรกิจจากการลงทุนด้าน AI มูลค่ามหาศาล
แมนัสจำหน่ายระบบ AI ให้กับภาคธุรกิจในรูปแบบบริการสมัครสมาชิก ซึ่งอาจช่วยให้เมตาได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยในช่วงต้นปี 2568 บริษัทมีอัตรารายได้ต่อปีราว 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับบริษัทแมนัสนั้นก่อตั้งขึ้นในจีน ก่อนย้ายสำนักงานมายังสิงคโปร์ โดยบริษัทแม่ในจีนคือ ปักกิ่ง บัตเตอร์ฟลาย เอฟเฟกต์ เทคโนโลยี (Beijing Butterfly Effect Technology) ซึ่งเคยระดมทุนเป็นมูลค่าเกือบ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นปี 2568 จากรอบการลงทุนที่นำโดยเบนช์มาร์ก (Benchmark) บริษัทร่วมลงทุนจากสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลานั้น เบนช์มาร์กถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกสภานิติบัญญัติและนักลงทุนร่วมลงทุนรายอื่น ๆ จากการสนับสนุนบริษัท AI ที่มีความเชื่อมโยงกับจีน