ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวผสมผสานในเช้าวันนี้ (9 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของจีนซึ่งจะประกาศในวันนี้
บรรดานักเศรษฐศาสตร์คาดว่า อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของจีนในเดือนธ.ค. จะอยู่ที่ 0.8% เมื่อเทียบรายปี เพิ่มขึ้นจากระดับ 0.7% ในเดือนพ.ย.
-- สื่อรายงานว่า ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น เอ็กซอนโมบิล, เชฟรอน และโคโนโคฟิลิปส์ มีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวในวันนี้ (9 ม.ค.) เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลา และแนวทางที่บริษัทสหรัฐฯ อาจเข้ามีส่วนร่วม
เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก โดยมีแหล่งน้ำมันดิบสำรองราว 3 แสนล้านบาร์เรล หรือราว 17% ของปริมาณสำรองทั่วโลก
-- สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศาลฎีกาสหรัฐฯ ระบุบนเว็บไซต์ว่า ศาลจะมีคำตัดสินในวันศุกร์ที่ 9 ม.ค. ในคดีใหญ่ที่มีการไต่สวนไปแล้ว โดยก่อนหน้านี้ศาลได้พิจารณาหลายคดีที่มีความสำคัญทั้งในสหรัฐฯ และในระดับโลก รวมถึงคดีเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์บังคับใช้
อย่างไรก็ดี ศาลไม่ได้ประกาศล่วงหน้าว่าจะมีคำวินิจฉัยในคดีใดบ้างในวันศุกร์นี้
ทั้งนี้ คดีเกี่ยวกับมาตรการภาษีของปธน.ทรัมป์ถือเป็นคดีที่ถูกจับตามองมากที่สุด เนื่องจากมีผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก
-- นักวิเคราะห์ของแบงก์ ออฟ อเมริกา คาดการณ์ว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป แม้ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำพิพากษาให้มาตรการดังกล่าวเป็นโมฆะ
"หากศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ เราคาดว่ามาตรการภาษีศุลกากรก็จะยังคงถูกนำมาใช้ผ่านทางการใช้อำนาจตามกฎหมายอื่น" สตีเฟน จูนู นักเศรษฐศาสตร์ของแบงก์ ออฟ อเมริกา ระบุในรายงาน โดยคาดว่าปธน.ทรัมป์จะยังคงเดินหน้าเรียกเก็บภาษีศุลกากรตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 และมาตรา 338 ของกฎหมายภาษีศุลกากร Smoot-Hawley ปี 1930
"นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังสามารถหวนกลับไปใช้แนวทางเดิมในขณะที่ปธน.ทรัมป์ดำรงตำแหน่งในสมัยแรก โดยการใช้มาตรา 232 และ 301" จูนูกล่าว
-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ในวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) ว่า อาจใช้กำลังโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงอีกครั้ง หากทางการอิหร่านเริ่มใช้ความรุนแรงถึงขั้นคร่าชีวิตผู้ชุมนุมประท้วงในประเทศตะวันออกกลางแห่งนี้
ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุแนวอนุรักษนิยมแห่งหนึ่งว่า เขาได้ส่งสัญญาณไปยังอิหร่านแล้วว่า หากเริ่มมีการสังหารประชาชน สหรัฐฯ จะตอบโต้กลับอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ หลายคน ได้ออกมาเตือนหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการตอบโต้ หากอิหร่านใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วงอย่างสันติ
-- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการขยายตัว 5.4% ในไตรมาส 4/2568
ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัว 0.5% ในไตรมาส 1 ขณะที่ขยายตัว 3.8% และ 4.3% ในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ตามลำดับ
เฟดสาขาแอตแลนตาจะรายงานตัวเลขคาดการณ์ GDPNow ครั้งต่อไปในวันที่ 9 ม.ค.
-- ผลสำรวจของสมาคมนักลงทุนรายย่อยอเมริกัน (AAII) พบว่า นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อมั่นต่อทิศทางของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในระยะ 6 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ นักลงทุนที่มีความเชื่อมั่นต่อทิศทางของตลาดหุ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า มีจำนวน 42.5% เพิ่มขึ้นจากระดับ 42.0% ในสัปดาห์ที่แล้ว และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ระดับ 37.5%
-- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ลดลง 39% สู่ระดับ 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2552 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 5.81 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 4.81 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนก.ย.
ทั้งนี้ การนำเข้าลดลง 3.2% สู่ระดับ 3.314 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้น 2.6% สู่ระดับ 3.02 แสนล้านดอลลาร์
-- ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (9 ม.ค.) มีดังนี้:-
เกาหลีใต้เปิดเผยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนพ.ย.
ญี่ปุ่นเปิดเผยการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนพ.ย.
จีนเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค. และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนธ.ค.
เยอรมนีเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนพ.ย. และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย.
ฝรั่งเศสเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย.
สหรัฐฯ เปิดเผย ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนก.ย.และเดือนต.ค., ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน