อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ ปรับตัวลงอย่างรุนแรงในวันศุกร์ (9 ม.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณใช้นโยบายสนับสนุนตลาดที่อยู่อาศัย ด้วยการสั่งการให้ แฟนนี เม (Fannie Mae) และเฟรดดี แม็ก (Freddie Mac) เข้าซื้อพันธบัตรสินเชื่อที่อยู่อาศัยมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บนทรูธ โซเชียลว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยกดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย ลดภาระค่างวดผ่อนรายเดือน และทำให้ต้นทุนการเป็นเจ้าของบ้านอยู่ในระดับที่ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น
ข้อมูลจาก Mortgage News Daily ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัยอายุ 30 ปี ร่วงลง 0.22% มาอยู่ที่ระดับ 5.99% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. 2566
ทั้งนี้ แฟนนี เม และเฟรดดี แม็ก ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล ไม่ได้ทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยตรง แต่จะรับซื้อสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อนำมารวมเป็นตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน หรือ MBS ก่อนขายต่อให้กับนักลงทุน
กระบวนการดังกล่าวช่วยเติมสภาพคล่องให้แก่ผู้ให้กู้สำหรับการปล่อยสินเชื่อใหม่ และมีส่วนช่วยรักษาอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้อยู่ในระดับต่ำและมีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะที่การเพิ่มการเข้าซื้อพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ประเภทนี้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวลง