เชฟรอน (Chevron) อาจเพิ่มกระแสเงินสดได้สูงถึงปีละราว 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเพิ่มการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ต้องการควบคุมอุปทานน้ำมันดิบของประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้
เจสัน เกเบิลแมน นักวิเคราะห์จากทีดี โคเวน (TD Cowen) ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ (9 ม.ค.) ว่า เชฟรอน ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่เพียงรายเดียวของสหรัฐฯ ที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่ในเวเนซุเอลา มีโอกาสที่โดดเด่นกว่าคู่แข่งในการเพิ่มกำลังการผลิต โดยประเมินว่าความพยายามดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้บริษัทปีละประมาณ 400700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นราว 12% ของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานทั้งหมด
ในวันเดียวกัน ผู้บริหารอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐฯ รวมถึงผู้แทนจากเชฟรอน มีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว ขณะที่ทรัมป์เตรียมนำเสนอวิสัยทัศน์ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งซบเซามาเป็นเวลานานจากปัญหาคอร์รัปชันและการบริหารจัดการที่ผิดพลาด
แม้เวเนซุเอลาจะเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก และเป็นโอกาสระยะยาวที่น่าสนใจสำหรับบริษัทน้ำมันรายใหญ่ แต่ในระยะสั้น บริษัทต่าง ๆ ยังคงชะลอการลงทุน เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านความมั่นคงและกฎหมาย
บทวิเคราะห์ยังระบุว่า เชฟรอนมีแนวโน้มเพิ่มการผลิตจากสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิม มากกว่าการทุ่มเงินลงทุนใหม่จำนวนมากในประเทศนี้ โดยเกเบิลแมนมองว่า บริษัทยังลังเลต่อการลงทุนเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญในเวเนซุเอลา จนกว่าเวเนซุเอลาจะมีรัฐบาลและระบบการคลังที่มีเสถียรภาพ