แซกส์ โกลบอล (Saks Global) บริษัทแม่ของร้านขายปลีกสินค้าแฟชั่นหรู Saks Fifth Avenue ได้ยื่นขอความคุ้มครองตามกฎหมายล้มละลายในช่วงดึกของวันอังคาร (13 ม.ค.) ตามเอกสารที่ยื่นต่อศาลล้มละลายสหรัฐฯ ในนครฮิวสตัน รัฐเท็กซัส หลังเผชิญแรงกดดันจากภาระหนี้สินและภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย
ภาระหนี้ของแซกส์ โกลบอล เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากภายหลังการเข้าซื้อกิจการคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Neiman Marcus ในปี 2567 ส่งผลให้ฐานะทางการเงินตึงตัว ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกสินค้าหรู
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเผชิญการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร โดยในช่วงต้นเดือนม.ค. มาร์ก เมทริก ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และส่งมอบหน้าที่ให้ ริชาร์ด เบเกอร์ ประธานบริหารของบริษัท อย่างไรก็ตาม ไม่ถึง 2 สัปดาห์ต่อมา เบเกอร์ก็ลาออกจากตำแหน่ง CEO เช่นกัน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวอเมริกันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผู้ค้าปลีกดั้งเดิมจำนวนมากปรับตัวได้ยาก ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยรู้สึกผิดหวังกับตลาดสินค้าหรู โดยมองว่าสินค้ามีราคาสูงขึ้นแต่คุณภาพลดลง ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่ยังซื้อสินค้าหรู หันไปเลือกซื้อโดยตรงจากแบรนด์มากขึ้น ผ่านกลยุทธ์ขายตรงถึงผู้บริโภค ซึ่งลดบทบาทของห้างสรรพสินค้าในฐานะคนกลาง
นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนตลอดช่วงปีที่ผ่านมายิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ ทั้งจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลง ตลาดแรงงานที่ชะลอตัวซึ่งเพิ่มความวิตกกังวล และชาวอเมริกันส่วนใหญ่มองว่าการบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ
ผลสำรวจล่าสุดสะท้อนว่า ปัจจัยเหล่านี้ยังคงกดดันบรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยรวม และส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ รวมถึงแซกส์ โกลบอล อย่างต่อเนื่อง