เรโนลต์ กรุ๊ป (Renault Group) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของฝรั่งเศส เปิดเผยในวันนี้ (20 ม.ค.) ว่า ยอดขายรถยนต์ในปี 2568 ปรับตัวขึ้น 3.2% แตะระดับ 2.34 ล้านคัน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์รถยนต์นั่งในตลาดต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายรถตู้ในยุโรปที่ทรุดตัวลง
ยอดขายของเรโนลต์ในตลาดยุโรปขยับขึ้นเพียง 0.5% ขณะที่ยอดขายในตลาดต่างประเทศ อาทิ เกาหลีใต้, โมร็อกโก และลาตินอเมริกา ขยายตัวโดดเด่นถึง 11.7%
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่พุ่งขึ้น 5.9% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าตลาดรวม ขานรับความนิยมในรถยนต์ซิตี้คาร์รุ่น Clio และ Sandero นอกจากนี้ ยอดขายรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังเติบโตก้าวกระโดดที่ 35% และ 77% ตามลำดับเมื่อเทียบรายปี
ในทางกลับกัน ยอดขายรถตู้ในยุโรปร่วงลง 21% กดดันภาพรวมตลาด เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการปรับส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ของเรโนลต์
อีวาน เซกัล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและปฏิบัติการระดับโลกของแบรนด์เรโนลต์กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษี เนื่องจากยอดขายในต่างประเทศส่วนใหญ่มาจากการมีฐานการผลิตในท้องถิ่นและการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศนั้น ๆ เป็นหลัก
อย่างไรก็ดี เซกัลยอมรับว่า การสร้างการเติบโตในยุโรปปีนี้ยังคงเป็นเรื่องท้าทาย โดยระบุว่า "เรายังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดยุโรปในขณะนี้"
ทั้งนี้ เรโนลต์มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2568 ในวันที่ 19 ก.พ. นี้